"เมื่อโลกที่เคยมองเห็น เปลี่ยนเป็นสีฟ้าที่พรีเมียมขีดสุด" เจาะลึกภาษาญี่ปุ่นจากมหากาพย์การตามหา 'ตัวตน' ผ่านปลายพู่กัน
"บลู พีเรียด" (Blue Period) เรื่องราวของ ยางุจิ ยาโทระ เด็กหนุ่ม ม.ปลาย ผู้มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบในสายตาคนอื่น แต่เขากลับรู้สึกว่างเปล่าในใจ ทว่าเมื่อเขาได้เห็นภาพวาดที่ "สะท้อนความจริง" ในห้องศิลปะ โลกที่เขาเคยมองเห็นก็เปลี่ยนไปตลอดกาล เขาตัดสินใจเดิมพันชีวิตเพื่อสอบเข้า "TUA" (Tokyo University of the Arts) มหาวิทยาลัยศิลปะที่พรีเมียมและยากที่สุดในญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่นในเรื่องนี้โดดเด่นด้วยการใช้ "Introspective & Analytical Language" (ภาษาเชิงวิเคราะห์จิตใจ) ที่สะท้อนถึงการต่อสู้ระหว่าง 'ความพยายาม' และ 'พรสวรรค์' ระดับมาสเตอร์พีซค่ะ
คำศัพท์เหล่านี้คือเฉดสีที่ประกอบขึ้นเป็นชีวิตที่พรีเมียมขีดสุดค่ะ
เชื้อเพลิงเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้ยาโทระยอมสละชีวิตที่มั่นคงเพื่อศิลปะ
สิ่งที่สร้างความเจ็บปวดและแรงผลักดันให้กับผู้ที่นิยามตนเองว่าเป็น "คนธรรมดา"
หัวใจของศิลปะคือการนำ "สิ่งที่พูดออกมาไม่ได้" มาถ่ายทอดลงบนแผ่นเฟรมพรีเมียมค่ะ
สภาวะที่ลืมทุกสิ่งรอบตัวเพื่อสร้างสรรค์ผลงานระดับมาสเตอร์พีซพรีเมียมขีดสุดค่ะ
สิ่งที่ไม่มีอยู่จริงในโลกของศิลปะ แต่คือสิ่งที่ยาโทระต้องสร้างขึ้นด้วยตัวเอง
ทัศนคติที่มองว่า "ความล้มเหลว" คือสีที่ช่วยให้ภาพวาดสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ระดับความพยายามพรีเมียมที่เปลี่ยน "งานอดิเรก" ให้กลายเป็น "ชีวิต"
ในภาษาญี่ปุ่นของ "Blue Period" เราจะได้เรียนรู้วิธีการใช้ 「抽象的な概念の具体化」(Chūshōteki na G概念 no Gutaika - การทำให้แนวคิดนามธรรมกลายเป็นรูปธรรม) ค่ะ การใช้คำว่า 「戦略」(Senryaku - กลยุทธ์) แทน 「努力」(Doryoku - ความพยายาม) เป็นเทคนิคการสื่อสารแบบ "High-End Intellectual" ที่เปลี่ยนความเหนื่อยยากให้กลายเป็นความชาญฉลาดระดับพรีเมียม หากท่านนำทัศนคติที่มองว่า 「正解はない」(ไม่มีคำตอบที่ถูก) ไปใช้ในการบริหารโปรเจกต์ที่ซับซ้อน ท่านจะดูเป็นผู้นำที่มีความยืดหยุ่นและมีวิสัยทัศน์ที่พรีเมียมมาสเตอร์พีซแน่นอนค่ะ!