- หน้าแรก
- ›
- คู่มือญี่ปุ่น
- ›
- ตามรอย Evangelion ในฮาโกเนะ
ตามรอย Evangelion ในฮาโกเนะ คู่มือพิกัดจริงจากอนิเมะตำนาน
ถ้าคุณเป็นแฟน Neon Genesis Evangelion (新世紀エヴァンゲリオン) คุณก็คงรู้ดีว่า "โตเกียวที่ 3" ที่ปรากฏในอนิเมะนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากจินตนาการล้วนๆ เมืองสมมติที่เป็นฉากหลักของการต่อสู้ระหว่าง Eva กับ Angel นั้นมีต้นแบบจากเมืองจริงในประเทศญี่ปุ่น นั่นคือ ฮาโกเนะ (箱根) เมืองตากอากาศชื่อดังในจังหวัดคานางาวะ ที่มีทิวทัศน์สวยงามของภูเขาไฟ ทะเลสาบ และน้ำพุร้อน
ยูอิเซนเซเคยพาเพื่อนชาวไทยมาตามรอยที่นี่ครั้งแรกเมื่อ 3 ปีก่อน และต้องบอกว่าความรู้สึกที่ยืนอยู่ริมทะเลสาบอาชิแล้วนึกถึงฉากในอนิเมะนั้น... มันพิเศษมากจริงๆ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักพิกัดสำคัญทุกจุด พร้อมประโยคภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ได้จริง และเคล็ดลับการเดินทางที่ยูอิสะสมมาจากประสบการณ์จริง
ทำไมฮาโกเนะถึงเป็นต้นแบบ "โตเกียวที่ 3"?
ผู้กำกับ ฮิเดอากิ อันโนะ (庵野秀明) เลือกฮาโกเนะเป็นต้นแบบของโตเกียวที่ 3 เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะล้อมรอบด้วยภูเขา ทำให้ภาพของเมืองที่ป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามภายนอกดูสมจริง นอกจากนี้ฮาโกเนะยังตั้งอยู่ในเขตภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งสอดคล้องกับภาพโลกหลัง "Second Impact" ในเรื่องที่ธรณีวิทยาของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง
ฉากหลายฉากในอนิเมะถ่ายทอดมาจากสถานที่จริงในฮาโกเนะโดยตรง เช่น สถานีรถไฟ ทะเลสาบ และภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์ ทีมสร้างได้ลงพื้นที่ถ่ายทำ Location Scout ในฮาโกเนะหลายครั้ง ก่อนนำมาใช้เป็นอ้างอิงในการสร้างฉากแอนิเมชัน
พิกัดสำคัญที่ต้องไปให้ครบ
⛰️ ① ทะเลสาบอาชิ (芦ノ湖 / Lake Ashi)
พิกัดหลักวิวภูเขาฟูจิ
ทะเลสาบอาชิเป็นสถานที่ที่หลายฉากในอนิเมะใช้เป็นต้นแบบ ทะเลสาบนี้ตั้งอยู่ในปล่องภูเขาไฟเก่า มีน้ำสีเขียวมรกตและวิวของภูเขาฟูจิในวันที่อากาศดี นักตามรอยนิยมมาถ่ายรูปคู่กับเรือโจรสลัดที่ให้บริการข้ามทะเลสาบ ซึ่งมีทั้งแบบธรรมดาและแบบพรีเมียม
วิธีเดินทาง: จากฮาโกเนะยูโมโตะ นั่งรถไฟ Hakone Tozan Railway ไป Gora แล้วต่อกระเช้าลอยฟ้า (Hakone Ropeway) ลงที่ Togendai จากนั้นนั่งเรือข้ามทะเลสาบ
เวลาแนะนำ: เช้าตรู่หรือช่วงบ่ายแก่ๆ แสงสวยและนักท่องเที่ยวน้อย
🌋 ② โอวาคุดานิ (大涌谷)
บรรยากาศ Evaไข่ดำภูเขาไฟ
โอวาคุดานิเป็นพื้นที่ภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่น มีควันพ่นออกมาจากพื้นดิน กลิ่นกำมะถัน และสีของดินที่แปลกตา บรรยากาศที่ดูเหมือน Geo Front ในอนิเมะนี่เองที่ทำให้โอวาคุดานิกลายเป็น Photogenic Spot ยอดฮิตของแฟน Eva ของฝากพิเศษที่นี่คือ ไข่ดำ (黒たまご / Kuro Tamago) ที่ต้มในน้ำพุร้อนกำมะถันจนเปลือกดำ เชื่อกันว่ากินหนึ่งฟองยืดอายุได้ 7 ปี
หมายเหตุ: โอวาคุดานิอาจถูกปิดชั่วคราวเมื่อระดับก๊าซภูเขาไฟสูง ควรตรวจสอบสถานะก่อนเดินทาง
🚉 ③ สถานีฮาโกเนะยูโมโตะ (箱根湯本駅)
จุดเริ่มต้นสถานีต้นแบบ
สถานีฮาโกเนะยูโมโตะถือเป็นประตูสู่ฮาโกเนะ และเป็นหนึ่งในสถานีที่ถูกใช้เป็นแรงบันดาลใจสำหรับฉากสถานีรถไฟในอนิเมะ ตัวสถานีมีดีไซน์แบบดั้งเดิมและรูปทรงที่โดดเด่น ถนนหน้าสถานีเต็มไปด้วยร้านค้าของฝาก ร้านเบเกอรี่ และร้านอาหารที่คุณสามารถแวะเติมพลังได้ก่อนออกเดินทางต่อ
🎨 ④ พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมกลางแจ้งฮาโกเนะ (箱根彫刻の森美術館)
ศิลปะกลางแจ้งถ่ายรูปสวย
แม้จะไม่ใช่สถานที่ที่ปรากฏในอนิเมะโดยตรง แต่พิพิธภัณฑ์นี้มักถูกแนะนำในเส้นทางตามรอย Eva เนื่องจากตั้งอยู่บนเส้นทางรถไฟ Hakone Tozan Railway ที่วิ่งผ่านหุบเขาสวยงาม ประติมากรรมขนาดใหญ่กลางแจ้งกว่า 120 ชิ้นถูกจัดวางในสวนกว้างขวาง บรรยากาศมีความ Surreal คล้ายกับการนำเสนอในอนิเมะ
🚠 ⑤ กระเช้าลอยฟ้าฮาโกเนะ (箱根ロープウェイ)
วิว 360 องศาถ่ายภาพ
เส้นทางกระเช้าลอยฟ้าจาก Sounzan ถึง Togendai ผ่านเหนือโอวาคุดานิ ให้วิวของภูมิประเทศภูเขาไฟและทะเลสาบอาชิที่น่าประทับใจอย่างมาก ในวันที่อากาศดีจะมองเห็นภูเขาฟูจิได้ชัดเจนจากกระเช้า ช่วงเวลานี้เองที่หลายคนรู้สึกถึงบรรยากาศ "โลกหลัง Second Impact" จากอนิเมะ
ประโยคภาษาญี่ปุ่นที่ควรรู้ก่อนเที่ยวฮาโกเนะ
ยูอิเลือกมาเฉพาะประโยคที่ใช้จริงในฮาโกเนะ ฝึกซักหน่อยก่อนออกเดินทางนะคะ!
วางแผนเดินทาง: Itinerary 1 วัน กับ 2 วัน
แบบ 1 วัน (เที่ยวรวดเดียวจากโตเกียว)
| เวลา | กิจกรรม | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 07:30 | ออกจากชินจูกุด้วย Romancecar | จองตั๋วล่วงหน้าผ่านแอป Odakyu |
| 09:00 | ถึงฮาโกเนะยูโมโตะ แวะอาหารเช้า | ร้านเบเกอรี่หน้าสถานีเปิดแต่เช้า |
| 10:00 | รถไฟ Hakone Tozan ไป Gora | นั่งฝั่งซ้าย วิวสวยกว่า |
| 11:00 | กระเช้าลอยฟ้าผ่านโอวาคุดานิ | แวะซื้อไข่ดำที่โอวาคุดานิ |
| 12:30 | ถึง Togendai นั่งเรือข้ามทะเลสาบอาชิ | รองรับ Hakone Free Pass |
| 14:00 | ถ่ายรูปที่ Hakone-machi Port | วิวดีที่สุดช่วงบ่าย |
| 16:00 | รถบัสกลับฮาโกเนะยูโมโตะ | ใช้ Hakone Free Pass ได้ |
| 17:30 | Romancecar กลับชินจูกุ | ถึงกรุงโตเกียวประมาณ 19:00 |
แบบ 2 วัน (พักค้างคืนที่ฮาโกเนะ)
หากมีเวลา 2 วัน แนะนำให้พักค้างคืนในโรงแรมหรือรึกกัง (旅館 ryokan) ที่ฮาโกเนะ เพื่อใช้บ่อน้ำพุร้อน (温泉 onsen) ในตอนเย็น และเช้าวันรุ่งขึ้นสามารถไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ศิลปะหรือหมู่บ้านเปิดตะวันออก (Hakone Open-Air Museum) ได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องรีบ
เคล็ดลับสำคัญจากยูอิ: ข้อควรรู้ก่อนเดินทาง
💡 คำแนะนำจากยูอิเซนเซ (ประสบการณ์จริง)
① ซื้อ Hakone Free Pass ก่อนออกเดินทาง
บัตรนี้ครอบคลุมรถไฟ Hakone Tozan, กระเช้าลอยฟ้า, เรือข้ามทะเลสาบ, รถบัส และยังให้ส่วนลดเข้าพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง ซื้อได้ที่สถานีชินจูกุหรือผ่านแอป Odakyu อย่าลืมว่ามีแบบ 2 วันและ 3 วัน เลือกให้เหมาะกับแผนเที่ยวของคุณ
② ตรวจสอบสภาพอากาศโอวาคุดานิล่วงหน้า
โอวาคุดานิอาจปิดในวันที่ระดับกำมะถันในอากาศสูง ตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ทางการของฮาโกเนะ หรือถามสถานี Gora ก่อนขึ้นกระเช้า
③ หลีกเลี่ยงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ฮาโกเนะเป็นจุดหมายยอดนิยมของคนโตเกียว ในช่วง Golden Week (ปลายเมษา—ต้นพฤษภา) หรือ Silver Week (กันยา) ฝูงชนจะแน่นมาก แนะนำให้ไปวันธรรมดาหรือวันจันทร์-อังคาร
④ เตรียมเงินสดไว้บ้าง
แม้ร้านค้าใหญ่จะรับบัตร แต่แผงขายของรายย่อย ร้านอาหารเล็กๆ และบางที่จุดของฝากยังรับเฉพาะเงินสด ตู้ ATM ของ Japan Post อยู่ที่สถานีฮาโกเนะยูโมโตะ
มุมมองของแฟน Evangelion: ทำไมถึงต้องมาเองสักครั้ง
Neon Genesis Evangelion ออกอากาศครั้งแรกในปี 1995 และยังคงมีฐานแฟนคลับทั่วโลกจนถึงวันนี้ ภาค Rebuild of Evangelion ที่ออกฉายระหว่างปี 2007-2021 ยิ่งทำให้กระแสตามรอยฮาโกเนะกลับมาแรงอีกครั้ง
สิ่งที่ทำให้ฮาโกเนะพิเศษในฐานะจุดหมายปลายทางของแฟน Eva ไม่ใช่แค่ "การเห็นสถานที่ที่ปรากฏในอนิเมะ" แต่คือการได้สัมผัสบรรยากาศที่ผู้กำกับต้องการถ่ายทอด นั่นคือความรู้สึกของธรรมชาติอันน่าเกรงขาม ความโดดเดี่ยว และความงามที่เจ็บปวด ภูมิประเทศของฮาโกเนะที่ล้อมด้วยภูเขา มีภูเขาไฟ และทะเลสาบเงียบสงบ สื่อถึงความรู้สึกเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำ
ยูอิอยากบอกว่า แม้คุณจะไม่ได้เป็นแฟน Eva มาก่อน ฮาโกเนะก็ยังเป็นจุดเที่ยวที่คุ้มค่าอย่างยิ่งในแง่ความสวยงามตามธรรมชาติ แต่สำหรับคนที่รักอนิเมะเรื่องนี้ การมาเดินในสถานที่ที่เป็นแรงบันดาลใจของผู้สร้างจะทำให้คุณเข้าใจงานศิลปะนั้นลึกซึ้งขึ้นอีกระดับหนึ่งอย่างแน่นอน