ศัพท์เฉพาะ (Jargon) ในออฟฟิศญี่ปุ่นภาษาอังกฤษปลอม และคำย่อที่ไม่มีในตำรา! 【อ่านจบใช้ได้จริง!】

ยินดีต้อนรับสู่โลกของ Wasei Eigo (ภาษาอังกฤษที่ญี่ปุ่นสร้างขึ้นเอง) และคำย่อธุรกิจสุดปวดหัว! คนต่างชาติที่เก่งภาษาอังกฤษมักจะ "ช็อก" เมื่อพบว่าคำศัพท์ภาษาอังกฤษในออฟฟิศญี่ปุ่นั้น... มีความหมายไม่เหมือนต้นฉบับเลยแม้แต่น้อย! วันนี้ YUI & YUTO เซนเซจะมาถอดรหัสศัพท์ Jargon เหล่านี้ เพื่อให้คุณรอดพ้นจากการสื่อสารที่ผิดพลาดครับ!

🧠 1. จิตวิทยาของ "Wasei Eigo" (ภาษาอังกฤษสไตล์ญี่ปุ่น)

ทำไมญี่ปุ่นไม่ใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้องไปเลย?

Katakana Illusion

การสร้างความรู้สึก "ล้ำสมัย" แต่ "เข้าใจง่าย(สำหรับคนญี่ปุ่น)"

คนญี่ปุ่นิยมนำคำภาษาอังกฤษมาแปลงเป็น Katakana แล้ว "ตัดทอน/เปลี่ยนความหมาย" เพื่อให้เข้ากับบริบทและออกเสียงง่าย (Japanization) การใช้คำคาตาคานะทำให้บทสนทนาธุรกิจดูมีความเป็นตะวันตกและเป็นเซนเซ(Professional) มากขึ้น แม้ว่าฝรั่งตัวจริงจะฟังแล้วงงเป็นไก่ตาแตกก็ตาม! คุณต้องลืมไวยากรณ์อังกฤษทิ้งไป แล้วจำความหมายแบบญี่ปุ่นล้วนๆ ครับ

Abbreviations

วัฒนธรรมการ "ย่อทุกสิ่ง"

เพื่อความรวดเร็วในการสื่อสารแบบ Ho-Ren-So คนญี่ปุ่นชอบนำตัวอักษรคันจิตัวแรกมาชนกัน หรือเอาคำคาตาคานะมาตัดครึ่ง (เช่น Smart Phone = Sumaho) ในออฟฟิศ คำย่อเหล่านี้คือ "รหัสผ่าน" ที่แสดงว่าคุณเป็นคนในวงการ (Insider) หรือไม่

🎭 YUI & YUTO: เมื่อ "Claim" ไม่ได้แปลว่าเรียกร้องสิทธิ์!

YUTO

"เจ้านายวิ่งหน้าตื่นมาหาผมแล้วบอกว่า 'Yuto! A-sha kara Kureemu ga kita zo! (ยูโตะ! มีเคลมมาจากบริษัท A!)' ผมงงมากเลยครับ บริษัท A จะมาเคลมประกันหรือเคลมสิทธิ์อะไรจากเราเหรอครับ เราไม่ได้เป็นบริษัทประกันสักหน่อย!"
(The boss ran up to me in a panic and said, 'Yuto! We got a Claim (Kureemu) from Company A!' I was so confused. What insurance or rights is Company A trying to claim from us? We are not an insurance company!)

YUI

"อันตรายระดับชาติเลยค่ะยูโตะคุง!! คำว่า 'Claim' (クレーム - Kureemu) ในภาษาธุรกิจญี่ปุ่น ไม่ได้แปลว่าเรียกร้องสิทธิ์แบบภาษาอังกฤษค่ะ แต่มันแปลว่า 'คำด่า / การคอมเพลน (Complaint) ขั้นรุนแรงจากลูกค้า' ค่ะ!! ถ้ามี Kureemu เข้ามา แปลว่าลูกค้าโกรธจัดและคุณต้องรีบไปก้มหัวขอโทษด่วนที่สุด ไม่ใช่ไปหยิบกรมธรรม์มาเช็คค่ะ!!」
(National emergency, Yuto-kun!! The word 'Claim' (クレーム - Kureemu) in Japanese business does NOT mean claiming a right like in English. It translates to a 'severe Complaint / scolding from a client'!! If a Kureemu comes in, it means the client is furious and you need to go bow and apologize immediately, not go check insurance policies!!)

📚 2. ตารางคำศัพท์: Wasei Eigo สุดปวดหัว

คำศัพท์ (Katakana) มาจากคำว่า (English) ความหมายที่แท้จริงในออฟฟิศญี่ปุ่น
Kureemu (クレーム)
คำอ่าน: คุ-เระ-มุ (kureemu)
Claim คำร้องเรียน / คำด่าจากลูกค้า (Complaint)
Kosto katto (コストカット)
คำอ่าน: โค-สุ-โต-คะ-ต-โต (kosutokatto)
Cost Cut การลดต้นทุน (ลดงบประมาณ)
Bēsu appu (ベースアップ / ベア)
คำอ่าน: บะ-เซะ อุ (เบะ-อะ-) (base u (bea))
Base Up (Bea) การขึ้นเงินเดือนฐาน (Salary raise)
Konsento (コンセント)
คำอ่าน: โค-น-เซะ-น-โต (konsento)
Consent (Concentric plug) เต้าเสียบปลั๊กไฟที่ผนัง (Outlet / Socket) - ไม่ได้แปลว่ายินยอม!
Maikaa (マイカー)
คำอ่าน: มะ-อิ-คะ-(maikaa)
My Car รถยนต์ส่วนตัว
Skill appu (スキルアップ)
คำอ่าน: สุ-คิ-รุ-อะ-ป-ปุ (sukiruappu)
Skill Up การพัฒนาทักษะของตัวเองให้เก่งขึ้น (Improvement)

A: Chokkou = เดินทางจากบ้านตรงไปหาลูกค้าเลย (ไม่ต้องเข้าออฟฟิศก่อน)
Chokki = คุยกับลูกค้าเสร็จแล้ว ตรงกลับบ้านเลย (ไม่ต้องกลับมาออฟฟิศ) เป็นคำที่เซลส์ชอบใช้มากที่สุดครับ!

Q2: เจ้านายเขียนปฏิทินว่า "NR" ย่อมาจากอะไร?

A: ย่อมาจาก "No Return" (โน-ริต้าน) ครับ! ความหมายเดียวกับ Chokki คือ "วันนี้ออกไปข้างนอกแล้วจะไม่กลับเข้ามาออฟฟิศอีกนะ" (เย้ เจ้านายไม่อยู่!)

Q3: "Asa-ichi" (朝一) คือเวลากี่โมง?

A: แปลว่า "คิวแรกสุดของตอนเช้า" ครับ ถ้าเจ้านายสั่งว่า "ขอรายงานนี้ Asa-ichi พรุ่งนี้นะ" แปลว่า 9:00 น. ตรง (หรือเวลาเข้างานเป๊ะๆ) เอกสารต้องวางอยู่บนโต๊ะเจ้านายแล้ว!

Q4: "Gogo-ichi" (午後一) ล่ะ?

A: คล้ายๆ กันครับ แปลว่า "คิวแรกสุดของช่วงบ่าย" (หลังพักเที่ยงเสร็จ) มักจะหมายถึงเวลา 13:00 น. ตรงครับ

Q5: "Zangyou" (残業) คืออะไร ทำไมทุกคนถึงกลัว(หรือชอบ)?

A: แปลว่า "การทำโอที (Overtime)" ครับ! สมัยก่อนคนญี่ปุ่นบ้าทำ Zangyou มากเพื่อแสดงความขยัน แต่ยุคนี้มีกฎหมายเข้มงวด บริษัทจึงพยายามลด Zangyou ลง (แต่บางคนก็ชอบทำเพื่อเอาเงินเพิ่ม)

Q6: คำว่า "Fix" (フィックス) ในอีเมลญี่ปุ่นแปลว่า ซ่อมแซม ไหม?

A: ไม่ใช่ครับ! ในออฟฟิศญี่ปุ่น "Fix shimasu" แปลว่า "กำหนด / ยืนยัน / เคาะแล้ว (Confirmed/Finalized)" เช่น "ตารางประชุมพรุ่งนี้ Fix แล้วนะ" คือห้ามเปลี่ยนแปลงแล้ว

Q7: "Risk hedge" (リスクヘッジ) คืออะไร?

A: มาจาก Risk Hedging แปลว่า "การเตรียมแผนสำรองเพื่อกระจายความเสี่ยง" คนญี่ปุ่นชอบความปลอดภัย (Safe) คำนี้จึงฮิตมาก เช่น "โปรเจคนี้ต้องคิดเผื่อ Risk hedge ไว้ด้วยนะ"

Q8: "Asap" (アサップ / เอแซป) คนญี่ปุ่นใช้ไหม?

A: ใช้ครับ! (ASAP - As Soon As Possible) แต่อาจจะออกเสียงแบบญี่ปุ่นว่า "อะ-ซัป-ปุ" และควรใช้กับคนในระดับเดียวกันหรือรุ่นน้องเท่านั้น ห้ามพิมพ์ ASAP ส่งให้เจ้านายเด็ดขาด ถือว่าหยาบคายมาก (ให้ใช้ 至急 - Shikyuu แทน)

Q9: "PDCA" ที่ญี่ปุ่นบ่นกันบ่อยๆ คืออะไร?

A: ย่อมาจาก Plan, Do, Check, Action เป็นวงจรการบริหารคุณภาพที่คนญี่ปุ่นคลั่งไคล้มาก! ถ้าคุณพูดว่า "ผมจะหมุน PDCA cycle เพื่อแก้ปัญหานี้ครับ" เจ้านายจะประทับใจสุดๆ

Q10: "Kyu-ka" (休暇) กับ "Yu-kyu" (有休) ต่างกันอย่างไร?

A: Kyu-ka แปลว่า วันหยุด (กว้างๆ) แต่ Yu-kyu (Yuu-kyuu Kyuuka) แปลว่า "วันหยุดลาพักร้อนแบบได้เงินเดือน (Paid Leave)" เป็นสิทธิศักดิ์สิทธิ์ที่พนักงานทุกคนใฝ่ฝันจะใช้ให้หมด (แต่ส่วนใหญ่มักจะใช้ไม่หมดเพราะเกรงใจเพื่อนร่วมงาน!)

💬 YUI, YUTO & MIMI พูดถึงเรื่องนี้!

YUI (ชาวญี่ปุ่น):

"การทำความเข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นทำให้เราสามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงเบื้องหลังคำพูดของคนญี่ปุ่นได้ดียิ่งขึ้นค่ะ!"

YUTO (ชาวญี่ปุ่น):

"ถูกเลยครับ วัฒนธรรมญี่ปุ่นมักจะสะท้อนอยู่ในภาษาพูดที่เต็มไปด้วยความเกรงใจและมารยาท การเรียนรู้สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สื่อสารได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นครับ"

🇹🇭 MIMI (ชาวไทย, ประสบการณ์ใช้ชีวิต in ญี่ปุ่น 1 ปี):

"มิมิคิดว่าการเข้าใจวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่สนุกและช่วยให้เรารู้จักปรับตัวเวลาอยู่ที่ญี่ปุ่นค่ะ ยิ่งเรียนรู้ยิ่งทำให้รักภาษาญี่ปุ่นมากขึ้นจริงๆ ค่ะ!"

💡 Pro Tips จาก MIMI (คนไทยที่อยู่ญี่ปุ่น 1 ปี)

💡 ศึกษาความหมายเบื้องหลังคำพูด

สังเกตการแสดงออกทางวัฒนธรรม เช่น การก้มหัว หรือการหลีกเลี่ยงการปฏิเสธตรงๆ เพื่อเข้าใจเจตนาที่แท้จริงของคู่สนทนาค่ะ

🎌 สังเกตความต่างทางวัฒนธรรม

เปรียบเทียบจุดต่างที่น่าสนใจระหว่างมารยาทไทยกับญี่ปุ่น เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีและมิตรภาพที่ยั่งยืนค่ะ

📖 อ่านข้อมูลประวัติศาสตร์เสริม

เพิ่มความรู้รอบตัวเกี่ยวกับเทศกาล อาหาร หรือตำนานดั้งเดิม เพื่อช่วยให้การสื่อสารภาษาญี่ปุ่นของคุณมีมิติและน่าสนใจขึ้นค่ะ

❓ Q&A: คำถามที่พบบ่อย

Q: เจ้านายเขียนปฏิทินว่า "NR" ย่อมาจากอะไร?

A: ย่อมาจาก "No Return" (โน-ริต้าน) ครับ! ความหมายเดียวกับ Chokki คือ "วันนี้ออกไปข้างนอกแล้วจะไม่กลับเข้ามาออฟฟิศอีกนะ" (เย้ เจ้านายไม่อยู่!)

Q: "Asa-ichi" (朝一) คือเวลากี่โมง?

A: แปลว่า "คิวแรกสุดของตอนเช้า" ครับ ถ้าเจ้านายสั่งว่า "ขอรายงานนี้ Asa-ichi พรุ่งนี้นะ" แปลว่า 9:00 น. ตรง (หรือเวลาเข้างานเป๊ะๆ) เอกสารต้องวางอยู่บนโต๊ะเจ้านายแล้ว!

Q: "Gogo-ichi" (午後一) ล่ะ?

A: คล้ายๆ กันครับ แปลว่า "คิวแรกสุดของช่วงบ่าย" (หลังพักเที่ยงเสร็จ) มักจะหมายถึงเวลา 13:00 น. ตรงครับ

Q: "Zangyou" (残業) คืออะไร ทำไมทุกคนถึงกลัว(หรือชอบ)?

A: แปลว่า "การทำโอที (Overtime)" ครับ! สมัยก่อนคนญี่ปุ่นบ้าทำ Zangyou มากเพื่อแสดงความขยัน แต่ยุคนี้มีกฎหมายเข้มงวด บริษัทจึงพยายามลด Zangyou ลง (แต่บางคนก็ชอบทำเพื่อเอาเงินเพิ่ม)

Q: คำว่า "Fix" (フィックス) ในอีเมลญี่ปุ่นแปลว่า ซ่อมแซม ไหม?

A: ไม่ใช่ครับ! ในออฟฟิศญี่ปุ่น "Fix shimasu" แปลว่า "กำหนด / ยืนยัน / เคาะแล้ว (Confirmed/Finalized)" เช่น "ตารางประชุมพรุ่งนี้ Fix แล้วนะ" คือห้ามเปลี่ยนแปลงแล้ว

Q: "Risk hedge" (リスクヘッジ) คืออะไร?

A: มาจาก Risk Hedging แปลว่า "การเตรียมแผนสำรองเพื่อกระจายความเสี่ยง" คนญี่ปุ่นชอบความปลอดภัย (Safe) คำนี้จึงฮิตมาก เช่น "โปรเจคนี้ต้องคิดเผื่อ Risk hedge ไว้ด้วยนะ"

Q: "Asap" (アサップ / เอแซป) คนญี่ปุ่นใช้ไหม?

A: ใช้ครับ! (ASAP - As Soon As Possible) แต่อาจจะออกเสียงแบบญี่ปุ่นว่า "อะ-ซัป-ปุ" และควรใช้กับคนในระดับเดียวกันหรือรุ่นน้องเท่านั้น ห้ามพิมพ์ ASAP ส่งให้เจ้านายเด็ดขาด ถือว่าหยาบคายมาก (ให้ใช้ 至急 - Shikyuu แทน)

Q: "PDCA" ที่ญี่ปุ่นบ่นกันบ่อยๆ คืออะไร?

A: ย่อมาจาก Plan, Do, Check, Action เป็นวงจรการบริหารคุณภาพที่คนญี่ปุ่นคลั่งไคล้มาก! ถ้าคุณพูดว่า "ผมจะหมุน PDCA cycle เพื่อแก้ปัญหานี้ครับ" เจ้านายจะประทับใจสุดๆ

Q: "Kyu-ka" (休暇) กับ "Yu-kyu" (有休) ต่างกันอย่างไร?

A: Kyu-ka แปลว่า วันหยุด (กว้างๆ) แต่ Yu-kyu (Yuu-kyuu Kyuuka) แปลว่า "วันหยุดลาพักร้อนแบบได้เงินเดือน (Paid Leave)" เป็นสิทธิศักดิ์สิทธิ์ที่พนักงานทุกคนใฝ่ฝันจะใช้ให้หมด (แต่ส่วนใหญ่มักจะใช้ไม่หมดเพราะเกรงใจเพื่อนร่วมงาน!)

Q: Kureemu (Claim) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่าอะไร?

A: แปลว่า การร้องเรียน (Complaint) ครับ ไม่ได้แปลว่าการเรียกร้องสิทธิ์ประกันเหมือนภาษาอังกฤษครับ

Q: NR ในปฏิทินออฟฟิศญี่ปุ่นย่อมาจากอะไร?

A: ย่อมาจาก No Return ครับ หมายความว่าพนักงานออกไปข้างนอกแล้วจะไม่กลับเข้าออฟฟิศอีกในวันนั้นครับ

Q: Asa-ichi (朝一) หมายถึงเวลากี่โมง?

A: หมายถึง ช่วงเวลาแรกสุดหลังเริ่มงาน (เช่น 9:00 น.) มักใช้สั่งงานที่ต้องเสร็จทันทีครับ

Q: Fix (フィックス) ในที่ทำงานญี่ปุ่นแปลว่าอะไร?

A: แปลว่า ยืนยัน / เคาะแล้ว (Confirmed/Finalized) ห้ามเปลี่ยนแปลงแก้ไขแล้วครับ

Q: Consent (コンセント) ในญี่ปุ่นคืออะไร?

A: หมายถึง เต้าเสียบปลั๊กไฟ (Outlet) ครับ ไม่ใช่การอนุญาตแต่อย่างใดครับ

Q: Wasei Eigo คืออะไร?

A: คือ ภาษาอังกฤษสไตล์ญี่ปุ่น ที่คนญี่ปุ่นสร้างขึ้นเองและเปลี่ยนความหมายไปจากต้นฉบับครับ

Q: Chokkou (直行) และ Chokki (直帰) ต่างกันยังไง?

A: Chokkou คือการตรงไปหาลูกค้าจากบ้านเลย Chokki คือการตรงกลับบ้านจากบ้านลูกค้าเลยครับ

Q: Bea (ベア) คืออะไร?

A: ย่อมาจาก Base Up หมายถึงการปรับขึ้นเงินเดือนฐานของพนักงานทั้งบริษัทครับ

Q: PDCA คืออะไร?

A: ย่อมาจาก Plan, Do, Check, Action เป็นวงจรการทำงานที่เน้นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องครับ

Q: ASAP ในที่ทำงานญี่ปุ่นควรใช้กับใคร?

A: ควรใช้กับ เพื่อนร่วมงานหรือรุ่นน้อง ครับ ห้ามใช้กับหัวหน้าเพราะดูไม่สุภาพครับ

🌐 YUI & YUTO: เมื่อ 'Consento' ไม่ได้แปลว่าอนุญาต

📑 The 10 Ultimate FAQs: เซียนศัพท์ Jargon ญี่ปุ่น 2026

YUI

"พี่ยูโตะคะ! ฝรั่งที่ออฟฟิศยุ้ยหน้าเหวอมากเลยค่ะ ตอนรุ่นพี่เดินไปถามว่า 'Consento wa doko desu ka?' (ยินยอมอยู่ที่ไหน?) สรุปเขาจะเอาอะไรกันแน่คะ?」
(Yuto-san! The foreigner at my office was so stunned when a senior asked 'Consento wa doko desu ka?' (Where is the consent?). What did they actually want?)

YUTO

"ฮ่าๆ นี่แหละครับความพินาศของ Wasei Eigo! คำว่า Consento (コンセント) ในญี่ปุ่น ไม่ได้แปลว่า Consent (ความยินยอม) ครับ แต่มันย่อมาจาก Concentric Plug ซึ่งหมายถึง 'เต้าเสียบปลั๊กไฟ' (Outlet) ครับ! รุ่นพี่คนนั้นคงแค่อยากจะชาร์จโน้ตบุ๊ก แต่ทำเอาเพื่อนฝรั่งคิดไปไกลเลยครับ!"
(Haha, this is the disaster of Wasei Eigo! Consento (コンセント) in Japan doesn't mean Consent. It's short for Concentric Plug, meaning 'Electrical Outlet'! That senior just wanted to charge his laptop, but made the foreigner think something totally different!)

YUI

"โอยยย... เกือบเกิดเรื่องแล้วไหมล่ะคะ! ศัพท์พวกนี้ถ้าไม่จำแบบญี่ปุ่นจริงๆ นี่ทำงานลำบากแน่ๆ เลยค่ะ!"
(Ohhh... That was close! If you don't memorize these specifically for Japan, working there will be tough!)

🔬 Office Vocab Deep Lexicon — ถอดรหัสคันจิสายพจนานุกรมออฟฟิศ

漢字解体新書: 4 คำที่นิยามความแม่นยำและการสื่อสารในบริษัทญี่ปุ่น

พูดให้ดูโปร สื่อสารให้ดูคุณภาพสูง ด้วยความเข้าใจในรากศัพท์คันจิค่ะ!

1. 用語 (Yougo) — ถ้อยคำที่ถูกเลือกใช้เพื่อเป้าหมาย

  • 用 (You): ใช้ — ภาพของแผ่นไม้ที่ถูกนำมาใช้งาน
  • 語 (Go): ภาษา/ถ้อยคำ — ภาพของคำพูด (言) และตัวฉัน (吾) สื่อถึงการใช้ภาษาเพื่อยืนยันตัวตน
  • ความหมายรวม: "คำศัพท์เฉพาะทางหรือเทอม" — Yougo ที่ถูกต้องคือรหัสลับที่ทำให้พี่คุยกับคนญี่ปุ่นรู้เรื่องระดับคุณภาพสูงค่ะ

2. 略称 (Ryaku-shou) — การย่อโลกให้เหลือเพียงจุดที่สำคัญ

  • 略 (Ryaku): ย่อ/กลยุทธ์
  • 称 (Shou): เรียกชื่อ — ภาพของมือที่ถือตาชั่งสื่อถึงการชั่งใจก่อนจะเรียก
  • ความหมายรวม: "ชื่อย่อหรือคำย่อ" — ในออฟฟิศ Ryaku-shou (เช่น ASAP, MTG) ช่วยประหยัดเวลาและสื่อถึงความ ความเชี่ยวชาญ ระดับสูง ค่ะ

💡 JLPT Tip: 略 เป็น N1 ที่ใช้ในคำว่า 省略 (Shouryaku - การละไว้) การใช้คำย่อให้ถูกกาลเทศะคือหัวใจของธุรกิจค่ะ!

3. 定型 (Teikei) — รูปแบบที่มั่นคงและไร้ความสับสน

  • 定 (Tei): กำหนด/คงที่ — ภาพของเท้าที่หยุดนิ่งในบ้านสื่อถึงความมั่นคง
  • 型 (Kei): แม่พิมพ์/รูปแบบ — ภาพของดินและไม้ที่ถูกหล่อขึ้นรูป
  • ความหมายรวม: "รูปแบบคงที่ (Template)" — Teikei-bun (ประโยคสำเร็จรูป) คืออาวุธที่ทำให้เมลของพี่ดูคุณภาพสูงสากลทันทีค่ะ

4. 理解 (Rikai) — การคลี่คลายความสงสัยด้วยความเข้าใจ

  • 理 (Ri): เหตุผล/อัญมณี
  • 解 (Kai): แยกออก/เข้าใจ
  • บทเรียนคำศัพท์: รู้คำศัพท์ รู้ใจคนทำงาน — การเรียนภาษาญี่ปุ่นก็เช่นกัน! จงหมั่นรวบรวม Yougo (คำศัพท์) ศึกษา Ryaku-shou (คำย่อ) ใช้ Teikei (รูปแบบ) ที่เป๊ะ และมุ่ง Rikai (เข้าใจ) แก่นแท้ แล้วพี่จะเป็นสุดยอดเซนเซแน่นอนค่ะ!
Q1: Kureemu (Claim) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่าอะไร?

A: แปลว่า การร้องเรียน (Complaint) ครับ ไม่ได้แปลว่าการเรียกร้องสิทธิ์ประกันเหมือนภาษาอังกฤษครับ

Q2: NR ในปฏิทินออฟฟิศญี่ปุ่นย่อมาจากอะไร?

A: ย่อมาจาก No Return ครับ หมายความว่าพนักงานออกไปข้างนอกแล้วจะไม่กลับเข้าออฟฟิศอีกในวันนั้นครับ

Q3: Asa-ichi (朝一) หมายถึงเวลากี่โมง?

A: หมายถึง ช่วงเวลาแรกสุดหลังเริ่มงาน (เช่น 9:00 น.) มักใช้สั่งงานที่ต้องเสร็จทันทีครับ

Q4: Fix (フィックス) ในที่ทำงานญี่ปุ่นแปลว่าอะไร?

A: แปลว่า ยืนยัน / เคาะแล้ว (Confirmed/Finalized) ห้ามเปลี่ยนแปลงแก้ไขแล้วครับ

Q5: Consent (コンセント) ในญี่ปุ่นคืออะไร?

A: หมายถึง เต้าเสียบปลั๊กไฟ (Outlet) ครับ ไม่ใช่การอนุญาตแต่อย่างใดครับ

Q6: Wasei Eigo คืออะไร?

A: คือ ภาษาอังกฤษสไตล์ญี่ปุ่น ที่คนญี่ปุ่นสร้างขึ้นเองและเปลี่ยนความหมายไปจากต้นฉบับครับ

Q7: Chokkou (直行) และ Chokki (直帰) ต่างกันยังไง?

A: Chokkou คือการตรงไปหาลูกค้าจากบ้านเลย Chokki คือการตรงกลับบ้านจากบ้านลูกค้าเลยครับ

Q8: Bea (ベア) คืออะไร?

A: ย่อมาจาก Base Up หมายถึงการปรับขึ้นเงินเดือนฐานของพนักงานทั้งบริษัทครับ

Q9: PDCA คืออะไร?

A: ย่อมาจาก Plan, Do, Check, Action เป็นวงจรการทำงานที่เน้นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องครับ

Q10: ASAP ในที่ทำงานญี่ปุ่นควรใช้กับใคร?

A: ควรใช้กับ เพื่อนร่วมงานหรือรุ่นน้อง ครับ ห้ามใช้กับหัวหน้าเพราะดูไม่สุภาพครับ

© 2026 YUI & YUTO เซนเซUNIVERSAL. All Rights Reserved.

🌟 วิธีฝึกภาษาญี่ปุ่นให้เก่งเร็วฉบับ YUI & YUTO

เคล็ดลับสำคัญคือการใช้ภาษาญี่ปุ่นในชีวิตประจำวันผ่านแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียครับ! ยุ้ยแนะนำให้ลองเล่นแอป Hellotalk หรือ Tandem เพื่อจับคู่แลกเปลี่ยนภาษากับคนญี่ปุ่นที่กำลังเรียนภาษาไทยอยู่ วิธีนี้ทำให้เราได้ฝึกแชทจริงและได้ยินแสลงใหม่ๆ ที่ไม่มีในตำราเรียนอย่างแน่นอนค๊าาา! สู้ๆ นะคะทุกคน!

#LearnJapaneseFast #YuiYutoStudyroom