วิธีเขียน "ประวัติการศึกษาและประวัติการทำงาน" ในประวัติย่อ (Rirekisho) ภาษาญี่ปุ่นให้ผ่านฉลุย สำหรับคนไทย
เรียนรู้วิธีการเขียนช่องประวัติการศึกษา (学歴) และประวัติการทำงาน (職歴) ในใบสมัครงานแบบญี่ปุ่น หรือ Rirekisho อย่างไรให้ถูกต้อง ถูกมารยาท และสะดุดตานายจ้างญี่ปุ่น พร้อมคลังคำศัพท์และรูปแบบตัวอย่างครบครันค่ะ!
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน! ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่ต้องการไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นภายใต้วีซ่าทำงานประเภทต่างๆ หรือวีซ่าทักษะเฉพาะทาง (Tokutei Ginou) เอกสารด่านแรกที่มีความสำคัญที่สุดในการชี้ชะตาว่าคุณจะได้สิทธิ์เข้ารับการสัมภาษณ์งานหรือไม่ก็คือ "ประวัติย่อ หรือ ริเรคิโชะ (履歴書 - Rirekisho)" นั่นเองค่ะ
ในประวัติย่อแบบญี่ปุ่นนั้น มีส่วนหนึ่งที่เป็นหัวใจสำคัญและมีกฎเกณฑ์การเขียนที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนมากๆ นั่นก็คือช่อง "ประวัติการศึกษา (学歴 - Gakureki)" และ "ประวัติการทำงาน (職歴 - Shokureki)" ค่ะ เนื่องจากฝ่ายบุคคลชาวญี่ปุ่นมักจะอ่านจุดนี้เป็นจุดแรกเพื่อประเมินความสอดคล้องของภูมิหลังของคุณกับตำแหน่งงาน และประเมินความละเอียดรอบคอบของคุณผ่านความถูกต้องในการเขียนประวัติย่อนี้ค่ะ หากคุณเขียนผิดรูปแบบ หรือใช้ชื่อย่อ โรงเรียน/บริษัทอย่างไม่เป็นทางการ อาจทำให้ใบสมัครของคุณถูกคัดออกได้ง่ายๆ เลยนะคะ
ในบทความฉบับเจาะลึกนี้ YUI เซนเซ และ YUTO เซนเซ จะมาสอนทุกคนเขียนประวัติการเรียนและการทำงานในริเรคิโชะอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เจาะลึกกฎเหล็กที่ควรรู้ วิธีการเขียนชื่อสถาบันในไทย และคำศัพท์อธิบายลักษณะงานที่ช่วยดึงดูดใจนายจ้างญี่ปุ่นกันค่ะ!
1. โครงสร้างและกฎพื้นฐานในการเขียนประวัติการศึกษาและทำงาน
การเขียนช่องประวัติการศึกษาและประวัติการทำงานในริเรคิโชะนั้นไม่ได้มีลักษณะเขียนแยกคนละตารางนะคะ แต่จะเขียนรวมกันอยู่ในตารางเดียวกันโดยใช้หัวข้อแบ่งกึ่งกลางตารางอย่างชัดเจนค่ะ และนี่คือกฎเกณฑ์พื้นฐานที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดค่ะ:
- เขียนแยกหัวข้ออย่างชัดเจน: ให้เขียนคำว่า 「学歴」(Gakureki) ไว้กึ่งกลางบรรทัดแรกเพื่อเริ่มต้นส่วนประวัติการศึกษา จากนั้นเมื่อเขียนจบส่วนการศึกษาแล้ว ให้เว้น 1 บรรทัด แล้วเขียนคำว่า 「職歴」(Shokureki) ไว้กึ่งกลางเพื่อเริ่มส่วนประวัติการทำงานค่ะ
- การระบุปีคริสต์ศักราชหรือปีรัชศกญี่ปุ่น (西暦・和暦の統一): คุณสามารถเลือกใช้ปีคริสต์ศักราช (เช่น 2024年) หรือปีรัชศกญี่ปุ่น (เช่น 令和6年) ก็ได้ค่ะ แต่ "ต้องเหมือนกันตลอดทั้งเอกสาร" ห้ามเขียนปะปนกันเด็ดขาดนะคะ
- ห้ามใช้คำย่อ: ชื่อโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือบริษัท ต้องเป็นชื่อทางการเต็มยศเสมอค่ะ เช่น ห้ามเขียนว่า "ม.ธรรมศาสตร์" หรือ "Chula" แต่ต้องเขียนว่า "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" หรือ "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" เป็นต้นค่ะ
- ลงท้ายประวัติการทำงานด้วยคำเฉพาะ: เมื่อเขียนประวัติการทำงานบรรทัดสุดท้ายเสร็จแล้ว ให้บรรทัดถัดไปเยื้องไปทางขวาแล้วเขียนคำว่า 「現在に至る」(Genzai ni itaru - ปัจจุบันยังทำงานอยู่) หรือหากลาออกมาแล้วก็ไม่ต้องใส่ และสุดท้ายในบรรทัดถัดไปให้ชิดขวาสุดแล้วเขียนคำว่า 「以上」(Ijou - จบ/สิ้นสุด) เสมอค่ะ
2. วิธีเขียนประวัติการศึกษา (学歴 - Gakureki) อย่างถูกต้อง
สำหรับการสมัครงานในญี่ปุ่นของชาวต่างชาติ แนะนำให้เริ่มต้นเขียนประวัติการศึกษาตั้งแต่ "ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (高等学校 - Koutou Gakkou)" เป็นต้นไปค่ะ ไม่จำเป็นต้องเขียนตั้งแต่ประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษาตอนต้นนะคะ ตัวอย่างรูปแบบการเขียนมีดังนี้ค่ะ:
ตัวอย่างโครงสร้างการเขียนประวัติการศึกษา:
[ปี] [เดือน] | 学歴 (เขียนตรงกลางบรรทัด)
2018年 3月 | タイ国 〇〇高等学校 卒業 (จบการศึกษาระดับมัธยมปลาย)
2018年 4月 | タイ国 〇〇大学 外国語学部 日本語学科 入学 (เข้าเรียนมหาวิทยาลัย)
2022年 3月 | タイ国 〇〇大学 外国語学部 日本語学科 卒業 (เรียนจบมหาวิทยาลัย)
จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษในส่วนการศึกษา:
- ต้องระบุชื่อประเทศ: เนื่องจากเราเรียนที่ประเทศไทย ควรเขียนคำว่า "タイ国" (Tai koku - ประเทศไทย) ไว้หน้าชื่อโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเสมอ เพื่อให้ผู้สัมภาษณ์ทราบว่าสถานศึกษานี้ตั้งอยู่ที่ประเทศไทยค่ะ
- เขียนระบุคณะและสาขาให้ละเอียด: สำหรับระดับมหาวิทยาลัย ต้องระบุคณะ (学部 - Gakubu) และสาขาวิชาเอก (学科 - Gakka) ให้ชัดเจน เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการพิจารณาเงื่อนไขวีซ่าทำงาน (เช่น วีซ่าวิศวกร/มนุษยศาสตร์/บริการระหว่างประเทศ) ค่ะ
- วิธีระบุการเรียนจบ: สำหรับโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ให้เขียนคำว่า 「卒業」(Sotsugyou - สำเร็จการศึกษา) ส่วนสถาบันภาษาญี่ปุ่นหรือโรงเรียนอาชีวศึกษาบางแห่งอาจใช้คำว่า 「修了」(Shuuryou - สำเร็จหลักสูตร) ค่ะ
3. วิธีแปลงชื่อสถานศึกษาและสาขาวิชาในไทยเป็นภาษาญี่ปุ่น
เพื่อให้นายจ้างชาวญี่ปุ่นเข้าใจภูมิหลังทางการศึกษาของเราได้ง่ายขึ้น นี่คือแนวทางการแปลงชื่อสถานศึกษาและสาขาวิชายอดนิยมในไทยเป็นภาษาญี่ปุ่นที่แนะนำให้ใช้ใน Rirekisho ค่ะ:
| ระดับ / สาขาวิชาดั้งเดิม | ตัวอย่างชื่อภาษาญี่ปุ่นที่เป็นทางการ | คำอ่าน (โรมาจิ) |
|---|---|---|
| โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา | タイ国 トリアムウドムศึกษา高等学校 | Tai koku toriamu udomu shikusa koutou gakkou |
| มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ | タイ国 タマサート大学 | Tai koku tamasaato daigaku |
| สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น | 日本語学科 / 日本語専攻 | Nihongo Gakka / Nihongo Senkou |
| สาขาวิชาบริหารธุรกิจ | 経営学科 / ビジネス管理専攻 | Keiei Gakka / Bijinesu Kanri Senkou |
| สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ | ビジネスコンピューター学科 | Bijinesu Konpyuutaa Gakka |
| สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ | 工学部 | Kougakubu |
4. วิธีเขียนประวัติการทำงาน (職歴 - Shokureki) อย่างมืออาชีพ
หลังจากเขียนประวัติการศึกษาจบแล้ว ให้เว้น 1 บรรทัด เขียนคำว่า 「職歴」(Shokureki) ไว้ตรงกลาง จากนั้นจึงเขียนประวัติการทำงานเรียงตามลำดับเวลาจากอดีตมาถึงปัจจุบันค่ะ โดยมีหลักเกณฑ์การเขียนดังนี้ค่ะ:
ตัวอย่างโครงสร้างการเขียนประวัติการทำงาน:
職歴 (เขียนตรงกลางบรรทัด)
2022年 4月 | 株式会社〇〇 (ประเทศญี่ปุ่น/ไทย) 入社
| 業務内容:客室清掃および接客業務に従事
2024年 3月 | 一身上の都合により退職 (ลาออกเนื่องจากเหตุผลส่วนตัว)
| 現在に至る
| 以上
จุดสำคัญในการอธิบายหน้าที่การงานในส่วนประวัติการทำงาน:
- เขียนประเภทการจ้างงานให้ชัดเจน: หากทำงานเป็นพนักงานประจำ ให้ใช้คำว่า 「入社」(Nyuusha - เข้าทำงานในบริษัท) แต่หากเป็นงานพาร์ทไทม์ (Arubaito) หรือพนักงานสัญญาจ้าง ให้เขียนระบุไว้หลังชื่อบริษัทเสมอ เช่น
タイ国 〇〇レストラン (アルバイト)เป็นต้นค่ะ - อธิบายรายละเอียดหน้าที่สั้นๆ (業務内容): การใส่รายละเอียดสั้นๆ ว่าคุณทำหน้าที่อะไรในบรรทัดถัดมาของชื่อบริษัท จะช่วยให้นายจ้างเข้าใจทักษะของคุณทันทีโดยไม่ต้องไปอ่านเอกสารแนบอื่นๆ ค่ะ โดยควรใช้สำนวนที่เป็นทางการ เช่น
〇〇業務に従事(ทำงานเกี่ยวข้องกับ...) หรือ〇〇を担当(รับผิดชอบงานเกี่ยวกับ...) - เหตุผลการลาออกที่เป็นมาตรฐาน: หากคุณได้ลาออกจากงานเก่าแล้ว ในบรรทัดที่ระบุการสิ้นสุดการทำงาน ให้ใช้คำที่เป็นแพทเทิร์นมาตรฐานสุภาพของญี่ปุ่นว่า 「一身上の都合により退職」(Isshinjou no tsugou ni yori taishoku) ซึ่งหมายถึง "ลาออกเนื่องจากเหตุผลส่วนตัว" ค่ะ ไม่ควรเขียนรายละเอียดการลาออก เช่น ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน หรือบริษัทเจ๊ง ลงในช่องนี้เด็ดขาดนะคะ
5. คลังคำศัพท์และประโยคภาษาญี่ปุ่นยอดนิยมสำหรับอธิบายหน้าที่การงาน
เพื่อให้ Rirekisho ของคุณดูเป็นมืออาชีพและใช้ภาษาญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้องตามธรรมเนียมการสมัครงานของญี่ปุ่น YUI เซนเซ ได้รวบรวมคำศัพท์และประโยคภาษาญี่ปุ่นยอดฮิตสำหรับใช้เขียนอธิบายลักษณะงานในช่องประวัติการทำงานแยกตามสายงานหลักๆ มาให้ดังนี้ค่ะ:
6. เช็คลิสต์ตรวจสอบความถูกต้องก่อนจัดส่งประวัติย่อ
ก่อนที่ทุกคนจะบันทึกไฟล์หรือพิมพ์ Rirekisho เพื่อจัดส่งสมัครงาน YUTO เซนเซ ขอแนะนำให้ตรวจสอบความถูกต้องรอบสุดท้ายด้วยเช็คลิสต์เหล่านี้นะคะ เพื่อความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติครับ:
- ความสอดคล้องของตัวเลขปี: ปีคริสต์ศักราชหรือรัชศกได้ใช้แบบเดียวกันทั้งหมดแล้วหรือไม่ (เช่น ถ้าหน้าแรกใช้ปีคริสต์ศักราช ส่วนประวัติการเรียนการทำงานก็ต้องเป็นปีคริสต์ศักราชทั้งหมด)
- ไม่มีชื่อย่อโรงเรียนหรือบริษัท: ตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีการย่อคำ เช่น เขียน "Co., Ltd." แทนที่จะเขียน "株式会社" หรือเขียนย่อชื่อโรงเรียนในไทย
- การสะกดตัวอักษรคันจิและไวยากรณ์: ตรวจสอบว่าไม่มีคำผิด ไวยากรณ์ไม่เพี้ยน และมีการใช้สัญลักษณ์เคาะเว้นวรรคที่เหมาะสมสะอาตา
- การสะกดคำทับศัพท์ชื่อไทย: ชื่อโรงเรียน คณะ หรือบริษัทในไทยที่ทับศัพท์ด้วยภาษาอังกฤษหรือคาตาคานะ ได้รับการตรวจสอบการสะกดว่าถูกต้องและเข้าใจง่ายสำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว
- มีคำปิดท้ายครบถ้วน: มีคำว่า 「現在に至る」 และ 「以上」 อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องในตอนท้ายประวัติการทำงาน
7. สรุปบทเรียนการเขียนเรซูเม่ญี่ปุ่น
การเขียน "ประวัติการศึกษา" และ "ประวัติการทำงาน" ในริเรคิโชะอย่างถูกต้องและประณีต คือหลักฐานชิ้นแรกที่แสดงออกถึงความเคารพในวัฒนธรรมการทำงานของคนญี่ปุ่น และความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของผู้สมัครงานชาวต่างชาติค่ะ ยิ่งเราเขียนได้เป็นระเบียบเรียบร้อยและถูกต้องตามหลักมารยาทมากเท่าไร โอกาสที่เราจะโดดเด่นเหนือคู่แข่งและได้สิทธิ์สัมภาษณ์งานก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้นค่ะ
หากเพื่อนๆ ตั้งใจเขียนตามขั้นตอนที่ YUI เซนเซ และ YUTO เซนเซ แนะนำในวันนี้ รับรองว่าใบสมัครงานของทุกคนจะต้องผ่านการพิจารณาเข้าสู่รอบสัมภาษณ์ได้อย่างแน่นอนค่ะ! ขอให้ทุกคนโชคดีกับการหางานและสร้างอนาคตในฝันที่ประเทศญี่ปุ่นนะคะ! (応援しています!)