1. เล็งเป้าหมายที่"箱なし" (ไม่มีกล่อง) หรือ"傷あり" (มีรอยนิดหน่อย) - หากคุณไม่ได้ซื้อไปตั้งโชว์ทั้งกล่อง การเลือกสินค้าที่ไม่มีกล่องจะช่วยประหยัดเงินได้เยอะมาก และหลายครั้งรอยขีดข่วนที่ร้านญี่ปุ่นบอก ก็เล็กเสียจนแทบมองไม่เห็น!
2. สังเกตวันที่บนป้ายราคา (ระบบลดราคาตามเวลา) - ร้านอย่าง Book-Off มักจะมีระบบบาร์โค้ดที่ลดราคาสินค้าอัตโนมัติหากวางอยู่บนชั้นนานเกิน 1-3 เดือน ยิ่งป้ายเก่า ราคายิ่งถูก
3. ขอพนักงานตรวจสอบของก่อนจ่ายเงิน (内見 - Naiken) - ถึงจะเป็นของมือสอง แต่คุณมีสิทธิ์ขอให้พนักงานเปิดกล่องเช็คสภาพสินค้า หรือเสียบปลั๊กเทสการใช้งานได้เสมอ พนักงานญี่ปุ่นยินดีให้บริการมากๆ
4. ออกล่าตามสาขา"ชานเมือง" (郊外 - Kougai) - สาขาในใจกลางเมืองอย่างชินจูกุหรือชิบูย่า มักจะโดนนักท่องเที่ยวแย่งกันซื้อหมดไปแล้ว ลองนั่งรถไฟออกไปชานเมืองดู คุณจะเจอของดีราคาถูกซ่อนอยู่เพียบ!
5. อย่าลืมขอ Tax-Free (免税 - Menzei) - นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถนำพาสปอร์ตไปขอทำ Tax-Free ลดภาษีบริโภค 10% ได้ เมื่อซื้อครบ 5,000 เยน (ตามเงื่อนไขของร้าน)