เจาะลึก วีซ่า "育成就労 (ESD)" 2027: เงื่อนไขการสมัคร วิธีการ และข้อดีของระบบฝึกงานใหม่สำหรับคนไทย
ข่าวใหญ่สำหรับแรงงานไทย! สรุปบันทึกข้อตกลงประวัติศาสตร์วันที่ 2 มิถุนายน 2026 ระบบการจ้างงานแบบใหม่ของญี่ปุ่นที่จะมาแทนที่ "ระบบฝึกงานเดิม (Ginou Jisshuu)" ในเดือนเมษายน 2027 นี้ มีเงื่อนไขอะไรบ้าง ภาษาญี่ปุ่นระดับไหนที่ต้องใช้?
⚠️ หมายเหตุสำคัญ (Disclaimer): บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูลความรู้ และแนะนำแนวทางการเตรียมตัวภาษาญี่ปุ่นสำหรับคนไทยเท่านั้น รายละเอียดเชิงลึก กฎหมาย และระเบียบปฏิบัติอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อกำหนดเพิ่มเติมของรัฐบาลญี่ปุ่นและไทย กรุณาติดต่อหน่วยงานราชการหรือจัดหางานที่ได้รับอนุญาตโดยตรงก่อนตัดสินใจสมัครใดๆ
สวัสดีครับแฟนๆ YUI & YUTO เซนเซ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวสารที่ร้อนแรงที่สุดและสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคนที่ใฝ่ฝันอยากไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นมาฝากกันครับ!
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นและรัฐบาลไทยได้ร่วมกันลงนามใน บันทึกความร่วมมือ (MOC) ด้านการรับ-ส่งแรงงานในระบบ "育成就労 (Ikusei Shuuryou)" หรือที่เรียกในสากลว่า ระบบฝึกปฏิบัติงานและจ้างงานใหม่ (ESD - Employment Skills Development) ซึ่งถือเป็นประเทศแรกในโลกที่ญี่ปุ่นลงนามความร่วมมือนี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประกาศใช้อย่างเป็นทางการใน วันที่ 1 เมษายน 2027 ครับ!
ระบบใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาและจุดบกพร่องของระบบเดิมอย่าง "ระบบฝึกงานเทคนิค (技能実習 - Ginou Jisshuu)" ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องข้อจำกัดด้านสิทธิมนุษยชนและการไม่สามารถย้ายงานได้ ระบบ ESD นี้จึงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโอกาสครั้งสำคัญที่จะทำให้คนไทยสามารถสร้างอาชีพในญี่ปุ่นได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และมีโอกาสเติบโตในระยะยาวได้จริงครับ ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกกันทุกซอกทุกมุมว่าระบบนี้คืออะไร มีเงื่อนไขและวิธีการสมัครอย่างไรกันบ้างครับ!
1. ระบบ ESD (育成就労) คืออะไร? แตกต่างจากระบบเดิมอย่างไร?
เป้าหมายหลักของระบบ 育成就労 (Ikusei Shuuryou หรือ ESD) คือการ "พัฒนาและโอบรับแรงงานต่างชาติ" ให้กลายเป็นแรงงานฝีมือในระยะยาว ต่างจากระบบ 技能実習 (Ginou Jisshuu) เดิมที่ใช้ปรัชญา "การอุทิศความรู้เชิงเทคนิคคืนสู่ประเทศกำลังพัฒนา" ซึ่งมักเกิดช่องโหว่ให้แรงงานโดนเอาเปรียบและไม่ได้รับการพัฒนาทักษะที่นำไปใช้ได้จริง
มาดูตารางเปรียบเทียบที่ทำให้เข้าใจง่ายและชัดเจนที่สุดกันครับ:
ประเด็นเปรียบเทียบ
ระบบเดิม (技能実習 - Ginou Jisshuu)
ระบบใหม่ (育成就労 - ESD) *เริ่ม เม.ย. 2027
วัตถุประสงค์หลัก
ฝึกทักษะเพื่อนำกลับไปพัฒนาประเทศตนเอง
ฝึกอบรมเพื่อรองรับและส่งเสริมการจ้างงานระยะยาวในญี่ปุ่น
การเปลี่ยนนายจ้าง (転籍)
ทำไม่ได้เลย (ยกเว้นกรณีพิเศษร้ายแรง)
ทำได้ตามเงื่อนไข (หลังจากทำงานครบ 1-2 ปี และผ่านเกณฑ์ภาษา/ทักษะ)
เกณฑ์ภาษาญี่ปุ่นตอนเข้าเมือง
ไม่บังคับอย่างเป็นทางการ (ขึ้นอยู่กับนายจ้าง)
บังคับผ่านระดับ N5 ขึ้นไป หรือ JFT-Basic A1
เส้นทางอนาคต (Career Path)
จำกัดระยะเวลา 3-5 ปี ต้องกลับประเทศ หรือต้องสอบเปลี่ยนวีซ่าซึ่งมีความยุ่งยาก
ตั้งเป้าหมายให้ทุกคนก้าวสู่ "วีซ่าทักษะเฉพาะทาง (SSW - 特定技能)" ได้ภายใน 3 ปี
การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
มีรายงานการเอาเปรียบและค่าแรงต่ำจำนวนมาก
ปรับปรุงระบบการควบคุมดูแล (Supervising Organization) และสนับสนุนให้เกิดการทำงานที่เป็นธรรม
จากตารางด้านบน สิ่งที่ทำให้ทุกคนฮือฮาที่สุดคือ "การอนุญาตให้เปลี่ยนงานได้ (転籍 - Tenseki)" ครับ! เนื่องจากในระบบเดิม แรงงานที่เจอกลั่นแกล้ง เอาเปรียบ หรือบรรยากาศการทำงานที่ไม่เป็นธรรมจะไม่สามารถลาออกหรือย้ายที่ทำงานได้เลย ทำให้บางรายต้องแอบหลบหนีจนกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย แต่สำหรับระบบ ESD ใหม่นี้ หากคุณทำงานครบกำหนดเวลาขั้นต่ำ (ซึ่งจะกำหนดระหว่าง 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทงาน) และมีระดับทักษะภาษาและการทำงานตามเกณฑ์ คุณจะได้รับสิทธิ์ในการขอยื่นย้ายไปทำงานกับนายจ้างรายอื่นที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันได้ทันทีครับ!
2. เงื่อนไขและคุณสมบัติสำหรับคนไทยที่ต้องการสมัครวีซ่า ESD
ผู้ที่จะยื่นสมัครวีซ่าประเภทใหม่นี้ จะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ทางกระทรวงแรงงานและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นกำหนดไว้ ดังนี้ครับ:
อายุของผู้สมัคร: จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ยื่นใบสมัคร
สุขภาพร่างกาย: แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง หรืออุปสรรคที่ขัดต่อการปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมนั้นๆ
ประวัติส่วนตัว: ไม่มีประวัติการกระทำความผิดร้ายแรงทางกฎหมาย หรือเคยโดนปฏิเสธการเข้าเมือง/เนรเทศออกจากประเทศญี่ปุ่นมาก่อน
🚨 เจาะลึก: ระดับภาษาญี่ปุ่นที่ต้องใช้ในแต่ละขั้นตอน (สำคัญมาก!)
ข้อแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดของระบบ ESD คือ มีการตั้ง "ข้อกำหนดภาษาญี่ปุ่นเป็นเงื่อนไขบังคับ" ในการรักษาสิทธิ์และการเปลี่ยนระดับวีซ่า เพื่อให้มั่นใจว่าคนทำงานจะสามารถสื่อสารและเอาตัวรอดในสังคมญี่ปุ่นได้จริง โดยแบ่งเป็น 3 ด่านสำคัญ ดังนี้ครับ:
1. ก่อนเดินทางเข้าประเทศ (入国時)🔊
ต้องผ่านระดับ N5 หรือ A1
ผู้สมัครจะต้องสอบผ่านการวัดระดับภาษาญี่ปุ่น JLPT ระดับ N5 ขึ้นไป หรือสอบผ่านการทดสอบ JFT-Basic ระดับ A1 จึงจะได้รับอนุญาตให้ออกวีซ่าเดินทางเข้าประเทศได้ครับ
2. ระหว่างทำงานครบ 1 ปี (1年経過時)🔊
ต้องผ่านระดับ A1 - A2 (ขึ้นอยู่กับสายงาน)
เมื่อทำงานและฝึกทักษะในญี่ปุ่นครบ 1 ปี จะต้องเข้ารับการทดสอบภาษาญี่ปุ่นในระดับที่สูงขึ้น เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่ามีความสามารถพัฒนาไปพร้อมกับการทำงาน
3. ตอนเปลี่ยนเป็นวีซ่าเฉพาะทาง (特定技能1号移行時)🔊
ต้องผ่านระดับ A2 หรือ N4
หลังจากทำงานครบ 3 年 และต้องการต่อสัญญาเป็นวีซ่าทักษะเฉพาะทาง (SSW) จะต้องสอบผ่านระดับ A2 (หรือ N4) ควบคู่กับการสอบผ่านทักษะเฉพาะสาขาอาชีพ เพื่อก้าวสู่วีซ่าที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นครับ
3. อุตสาหกรรมเป้าหมาย 17 สาขาที่รองรับระบบ ESD
ระบบ ESD กำหนดให้อุตสาหกรรมที่เปิดรับสมัครงาน ต้องเป็นกลุ่มสายงานที่สอดคล้องกับ "วีซ่าทักษะเฉพาะทาง (SSW)" เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทักษะงานที่ไร้รอยต่อ โดยในปัจจุบันมีทั้งหมด 17 กลุ่มอุตสาหกรรม ดังนี้ครับ:
💼 1. การดูแลผู้สูงอายุ (介護)
🧹 2. การทำความสะอาดอาคาร
🛠️ 3. อุตสาหกรรมชิ้นส่วนเครื่องจักร
🏗️ 4. ภาคการก่อสร้าง
🚢 5. การต่อเรือและเครื่องจักรเรือ
🚗 6. การซ่อมบำรุงรักษารถยนต์
🏨 7. อุตสาหกรรมบริการโรงแรม
🌾 8. ภาคการเกษตร
🐟 9. ภาคการประมงและการเพาะเลี้ยง
🍱 10. การผลิตอาหารและเครื่องดื่ม
🍳 11. อุตสาหกรรมบริการอาหาร (ร้านอาหาร)
🚆 12. อุตสาหกรรมระบบรถไฟ
🌲 13. ภาคการป่าไม้
🪵 14. อุตสาหกรรมไม้แปรรูป
🧺 15. อุตสาหกรรมซักรีด (Linen Supply)
📦 16. คลังสินค้าและการขนส่งโลจิสติกส์
♻️ 17. ธุรกิจรีไซเคิลและจัดการทรัพยากร
4. ขั้นตอนและกระบวนการสมัครวีซ่า ESD (Step-by-Step)
สำหรับขั้นตอนในการยื่นสมัคร ตั้งแต่เริ่มต้นเตรียมตัวจนกระทั่งเดินทางไปทำงานที่ญี่ปุ่น มีกระบวนการที่เป็นระบบดังนี้ครับ:
1
เตรียมตัวด้านภาษาและเข้ารับการทดสอบ
ผู้สมัครต้องเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นและสอบให้ผ่านเกณฑ์ระดับ N5 (JLPT) หรือ A1 (JFT-Basic) ให้เสร็จสิ้นล่วงหน้า เพราะนี่คือใบเบิกทางที่สำคัญที่สุดในการยื่นสมัครงานในระบบนี้
2
สมัครผ่านองค์กรส่งออกแรงงานที่ได้มาตรฐาน
เลือกสมัครงานผ่านบริษัทจัดหางาน (Sending Agency) ในไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงแรงงานไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้ารับการคัดเลือกและสัมภาษณ์กับบริษัทนายจ้างชาวญี่ปุ่น
3
การพิจารณาและอนุมัติ "แผนการฝึกปฏิบัติงาน (育成就労計画)"
เมื่อบริษัทญี่ปุ่นตกลงรับคุณเข้าทำงาน นายจ้างจะต้องจัดทำแผนพัฒนาทักษะ (Training Plan) เสนอต่อองค์การฝึกงานผู้สนับสนุนด้านกฎหมายของญี่ปุ่น (Supervising Support Organization) เพื่อขอการรับรองความถูกต้องของสัญญาการทำงาน
4
ยื่นขอใบรับรองสถานะการพำนัก (COE) และวีซ่า
บริษัทนายจ้างจะนำแผนงานที่ได้รับการอนุมัติไปยื่นขอใบ COE (Certificate of Eligibility) จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น เมื่อใบนี้ส่งมาถึงไทย คุณจึงจะสามารถไปขอวีซ่าทำงานประเภท ESD ณ สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยได้ครับ
5
เดินทางไปทำงานและเรียนรู้ทักษะในสถานที่จริง
เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นเพื่อเริ่มงาน ได้รับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เท่าเทียมกับชาวญี่ปุ่นในสายงานเดียวกัน และมีสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองสวัสดิการ สิทธิทางกฎหมายทุกประการ
5. บทสนทนาภาษาญี่ปุ่นจริงที่ ตม. และบริษัทผู้ดูแล
เพื่อเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น เรามาดู บทสนทนาจำลองภาษาญี่ปุ่น ในบริบทที่แรงงานไทยสอบถามกับ "บริษัทจัดหางานและผู้ประสานงานญี่ปุ่น" เกี่ยวกับความต้องการระดับภาษาญี่ปุ่นและโอกาสในการเปลี่ยนนายจ้างภายใต้ระบบ ESD (育成就労) ครับ
สถานการณ์: ผู้สมัครชาวไทย (คุณสมศักดิ์) คุยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของบริษัทผู้ดูแล (Kumiai) เกี่ยวกับเงื่อนไขการทำงานในระบบ ESD
🇹🇭 คุณสมศักดิ์ (ผู้สมัคร)
🔊
すみません、育成就労制度で日本に行きたいですが、日本語レベルは本当にN5が必要ですか?
ROMAJI
Sumimasen, ikusei shuurou seido de nippon ni iki taidesuga, nihongo reberu ha hontou ni n5 ga hitsuyou desuka ?
ความหมาย (THAI)
ใช่ครับ ในตอนที่จะเดินทางเข้าประเทศ คุณจำเป็นต้องสอบผ่านระดับเทียบเท่า N5 ของการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (JLPT) หรือระดับ A1 ของข้อสอบ JFT-Basic ครับ
6. แบบทดสอบความเข้าใจระบบ ESD (育成就労)
คำถาม: ระดับภาษาญี่ปุ่นขั้นต่ำสุดที่เป็นข้อบังคับในการอนุญาตให้แรงงานต่างชาติยื่นขอ COE เพื่อเข้าประเทศญี่ปุ่นในฐานะวีซ่า ESD คือระดับใด?
ไม่จำเป็นต้องสอบผ่านภาษาญี่ปุ่นเลย (เริ่มเรียนรู้จากหน้างานจริง)
ต้องผ่านระดับภาษาญี่ปุ่นอย่างน้อยระดับ N5 (JLPT) หรือ A1 (JFT-Basic)
ต้องผ่านระดับภาษาญี่ปุ่นขั้นสูงระดับ N3 (JLPT) เพื่อการต่อรองราคาผลผลิต
ดูเฉลย
เฉลย: ข้อ 2
ถูกต้องแล้วครับ! ในระบบใหม่ 育成就労 (ESD) เพื่อความปลอดภัยและการเอาตัวรอดขั้นพื้นฐานของผู้ทำงาน ทางรัฐบาลญี่ปุ่นจึงประกาศให้ระดับภาษาญี่ปุ่นขั้นต่ำที่ N5 หรือ JFT-Basic A1 เป็นเงื่อนไขบังคับในการขอเข้าประเทศอย่างเป็นทางการ แตกต่างจากระบบเดิมครับ!
7. บทสรุปและคำแนะนำจากเซนเซสำหรับการเตรียมตัวสู่ญี่ปุ่นในปี 2027
การปรับเปลี่ยนระบบจาก Ginou Jisshuu สู่ 育成就労 (ESD) ถือเป็นสัญญาณบวกครั้งใหญ่สำหรับทุกคนที่สนใจทำงานในญี่ปุ่นครับ เพราะระบบใหม่นี้มอบความยืดหยุ่นที่สูงขึ้น มีความคุ้มครองที่เป็นธรรม และส่งเสริมให้ทุกคนสามารถทำงานต่อเนื่องจนถึงขั้นยื่นวีซ่าทักษะเฉพาะ (SSW) ซึ่งมีอัตราเงินเดือนที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและสามารถพาครอบครัวมาอยู่ด้วยกันได้ในอนาคต
ทว่า สิ่งหนึ่งที่เป็นความท้าทายหลักก็คือ "เกณฑ์เรื่องทักษะทางภาษา" ครับ เพราะหากคุณไม่สามารถผ่านระดับ N5 ได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรก โอกาสที่จะได้ทำงานญี่ปุ่นก็ต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด และเมื่อไปถึงญี่ปุ่นแล้ว การสอบผ่านระดับ A1-A2 เพิ่มเติมก็คือสิ่งกำหนดทิศทางอนาคตในการก้าวขึ้นเป็นแรงงานมีฝีมือและโอกาสในการย้ายที่ทำงาน ดังนั้นเราจึงไม่อยากให้มองว่าภาษาญี่ปุ่นเป็นเพียงวิชาสอบ แต่เป็น "ทักษะชีวิตที่จะช่วยป้องกันสิทธิและเพิ่มโอกาสทางอาชีพ" ให้กับตัวคุณเองครับ
เพื่อช่วยให้แรงงานไทยและแฟนๆ ของเราทุกคนมีโอกาสเดินทางไปญี่ปุ่นและสอบผ่านได้อย่างราบรื่นที่สุด ทางทีมงาน YUI & YUTO กำลังจัดทำซีรีส์และชุดการเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นฉบับเร่งรัดพิเศษ โดยเน้นกลุ่มไวยากรณ์ คำศัพท์ราชการ และคำศัพท์หน้างานอุตสาหกรรมที่จำเป็นจริงสำหรับการสอบวัดระดับระดับ N5 และ JFT-Basic A1 มาแจกให้ทุกคนฟรีในบทความถัดไปครับ!
🚀 เรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อเตรียมสมัครวีซ่า ESD ก่อนใคร!
ไม่ต้องกังวลเรื่องสอบไม่ผ่าน! เราเตรียมคอร์สเรียนไวยากรณ์และคำศัพท์ N5 / JFT-Basic A1 ที่จำเป็นต่อการผ่านวีซ่า ESD ไว้ให้คุณแล้ว เรียนฟรีเข้าใจง่ายพร้อมตัวอย่างและไฟล์เสียงพูดจริง!
👉 เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อขอวีซ่า ESD ที่นี่!
เรียนรู้เพิ่มเติม: เจาะลึก วีซ่า "育成就労 (ESD)" 2027: เงื่อนไขการสมัคร วิธีการ และข้อดีของระบบฝึกงานใหม่สำหรับคนไทย
ค้นพบรายละเอียดเกี่ยวกับ เจาะลึก วีซ่า "育成就労 (ESD)" 2027: เงื่อนไขการสมัคร วิธีการ และข้อดีของระบบฝึกงานใหม่สำหรับคนไทย ที่จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการเรียนรู้
การทำความเข้าใจบริบทนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องภาษา แต่ยังเสริมสร้างความเข้าใจในสังคมและวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น
ขอให้สนุกกับการเรียนรู้และอย่าลืมติดตามบทความอื่นๆ ของเราด้วยนะครับ/ค่ะ!
📖 ข้อมูลเพิ่มเติม
บทความนี้นำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้เกี่ยวกับญี่ปุ่น ทั้งในด้านภาษา วัฒนธรรม และการใช้ชีวิต เราหวังว่าเนื้อหาเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเดินทางและการใช้ชีวิตของคุณในญี่ปุ่น
💡 เคล็ดลับสำหรับผู้เริ่มต้น
始め方 (Hajime-kata) — วิธีเริ่มต้น
การเริ่มต้นที่ดีคือพื้นฐานของความสำเร็จ
ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษา การท่องเที่ยว หรือการใช้ชีวิตในญี่ปุ่น การเริ่มต้นจากพื้นฐานที่มั่นคงและค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์จะนำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่น่าอัศจรรย์ที่มีทั้งวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง ธรรมชาติที่งดงาม อาหารที่อร่อย และผู้คนที่อบอุ่น การลงทุนเวลาในการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นจะเปิดประตูสู่ประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม
📝 สรุป
ขอบคุณที่อ่านบทความนี้ หากมีคำถามหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดตามบทความอื่นๆ ของเราได้เลยนะคะ!
🎯 ทดสอบความเข้าใจสั้นๆ (Self-Check Quiz)
ลองทดสอบดูว่าคุณเข้าใจบทเรียนนี้ดีแค่ไหน! เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด:
✨ 1. นำคำศัพท์และไวยากรณ์ในบทความนี้ไปฝึกใช้ในชีวิตประจำวัน
📖 2. อ่านผ่านๆ โดยไม่ลองฝึกแต่งประโยค
⚠️ คำเตือนและข้อสงวนสิทธิ์ทางกฎหมาย (Legal Disclaimer)
บทความชิ้นนี้จัดทำขึ้นเพื่อการแนะนำแนวการเรียนภาษาญี่ปุ่นและการวิเคราะห์นโยบายของรัฐบาลเบื้องต้นเท่านั้น ความถูกต้องและเป็นทางการของกฎระเบียบ ค่าใช้จ่าย และคุณสมบัติในการทำงานจริง จะต้องยึดถือตามการกำกับดูแลของหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลัก เช่น กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานของประเทศไทย เป็นสำคัญ เว็บไซต์ YUI & YUTO เซนเซ จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมหรือการดำเนินชีวิตผ่านข้อมูลชุดนี้โดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงล่าสุดจากหน่วยงานรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง