JLPT N5 Official Simulation
แจกฟรี! แนวข้อสอบ JLPT N5 พร้อมเฉลยและคำอธิบายฉบับเต็ม
"ตะลุยทุกข้อ
ชำแหละทุกช้อยส์หลอก พร้อมตรรกะการตัดช้อยส์ระดับmasterclass และตาราง 50 จุดหลอกที่ออกสอบทุกปี!"
📊 สถิติชี้ชัด: ทำไมคนไทยถึงสอบตก N5?
💡 สถิติจาก The Japan Foundation ระบุว่า อัตราการสอบผ่าน JLPT N5 ของคนไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 52% เท่านั้นค่ะ!
หมายความว่ามีคนเกือบครึ่งที่ต
สถิติจาก The Japan Foundation ระบุว่า
อัตราการสอบผ่าน JLPT N5 ของคนไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 52% เท่านั้นค่ะ!
หมายความว่ามีคนเกือบครึ่งที่ต้องกลับมาสอบใหม่ในปีถัดไป แล้วพวกเขาพลาดตรงไหนกัน?
-
⚠️
Grammar Panic: ผู้เข้าสอบกว่า 65% ได้คะแนนพาร์ทไวยากรณ์ (文法 - Bumpou) ไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ โดยเฉพาะ"ข้อสอบเรียงประโยค (ดาว ★)" ที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด
-
🎧
The Listening Trap: พาร์ทการฟัง (聴解 - Choukai) มักจะหลอกด้วย"การเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย" (เช่น ตอนแรกบอกจะไป แต่ตอนจบเปลี่ยนใจไม่ไป) ทำให้ผู้ที่ฟังจับใจความไม่จบประโยคตอบผิดทันที
80/180
คะแนนขั้นต่ำในการสอบผ่าน
และต้องได้คะแนนแต่ละพาร์ท
(คำศัพท์/ไวยากรณ์/การฟัง) ไม่ต่ำกว่า 30% ห้ามทิ้งพาร์ทใดพาร์ทหนึ่งเด็ดขาดค่ะ!
00. ปรัชญาการทำข้อสอบ JLPT N5: ไม่ใช่แค่จำ แต่ต้องรู้ทัน 'จุดหลอก'
💡 สวัสดีค่ะพี่ชาย! ในที่สุดเราก็มาถึงสนามประลองจริงกันแะคะ ข้อสอบ
สวัสดีค่ะพี่ชาย!
ในที่สุดเราก็มาถึงสนามประลองจริงกันแะคะ ข้อสอบ JLPT N5 (Japanese-Language Proficiency Test)
ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวัดว่าพี่ชาย 'ท่องจำ' คำศัพท์ได้กี่คำ แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบว่า พี่ชายสามารถ
'แยกแยะความคล้ายคลึง' และ 'เข้าใจโครงสร้างไวยากรณ์ (Syntax)'
ของภาษาญี่ปุ่นได้ดีแค่ไหนค่ะ
💡 กฎเหล็กในการทำข้อสอบ (The Examination Golden Rule)
พี่ยูโตะมีกฎเหล็ก 1 ข้อมาบอกค่ะ: "อย่ารีบแปลภาษาไทยในหัว ให้มองหา 'คำเชื่อม (Particle)' และ 'กริยาตัวสุดท้าย (Verb)'
ก่อนเสมอ!"
ข้อสอบมักจะเอาช้อยส์ที่แปลเป็นไทยแล้วความหมายเหมือนกันเป๊ะมาหลอกเรา เช่น に (Ni) กับ で (De) หรือ あります (Arimasu) กับ います (Imasu) ถ้าเราไม่อิงตามตรรกะไวยากรณ์ญี่ปุ่น เราจะตกหลุมพรางทันทีค่ะ! วันนี้ยุ้ยได้คัด 'ข้อสอบเก็งกำไร' ที่รวมเอาหลุมพรางทั้งหมดมาให้พี่ชายได้ฝึกทำ พร้อมคำอธิบายแบบชี้ชัดๆ ว่าทำไมช้อยส์อื่นถึงผิดค่ะ ลุยกันเลย!
ข้อสอบมักจะเอาช้อยส์ที่แปลเป็นไทยแล้วความหมายเหมือนกันเป๊ะมาหลอกเรา เช่น に (Ni) กับ で (De) หรือ あります (Arimasu) กับ います (Imasu) ถ้าเราไม่อิงตามตรรกะไวยากรณ์ญี่ปุ่น เราจะตกหลุมพรางทันทีค่ะ! วันนี้ยุ้ยได้คัด 'ข้อสอบเก็งกำไร' ที่รวมเอาหลุมพรางทั้งหมดมาให้พี่ชายได้ฝึกทำ พร้อมคำอธิบายแบบชี้ชัดๆ ว่าทำไมช้อยส์อื่นถึงผิดค่ะ ลุยกันเลย!
✍️ พาร์ทที่ 1: คำศัพท์และคันจิ (文字・語彙)
💡 พาร์ทนี้เน้นทดสอบความแม่นยำของการออกเสียง (เสียงสั้น/เสียงยาว, เต็นเต็น)
และการเลือกใช้คำศัพท์ให้ตรงกับบริบทค่ะ พยายามทำให้เสร็จภายในข้อละ 3
พาร์ทนี้เน้นทดสอบความแม่นยำของการออกเสียง
(เสียงสั้น/เสียงยาว, เต็นเต็น) และการเลือกใช้คำศัพท์ให้ตรงกับบริบทค่ะ พยายามทำให้เสร็จภายในข้อละ 30 วินาทีนะคะ!
問
1
きのう、デパートで
時計
を 買いました。
คำที่ขีดเส้นใต้ มีเสียงอ่าน (ฮิรางานะ) ว่าอย่างไร?
เฉลย ข้อ 2. とけい (Tokei)
คำอธิบาย: คันจิ 時計 (นาฬิกา) เป็นคำปราบเซียนที่ออกสอบบ่อยมากค่ะ!
คนไทยมักจะสับสนระหว่างเสียงสั้นกับเสียงยาว ข้อนี้หลอกทั้งเสียง To (สั้น/ยาว) และเสียง Kei (สั้น/ยาว)
ต้องท่องให้เป๊ะว่า "โตะ-เค-อิ" ค่ะ!
問
2
この 部屋は
( )
ですね。電気を つけましょう。
ควรเติมคำศัพท์ใดลงในช่องว่าง ให้บริบทสมบูรณ์ที่สุด?
เฉลย ข้อ 2. くらい (Kurai)
คำอธิบาย: ข้อนี้ทดสอบการอ่านบริบท (Context) ค่ะ ประโยคหลังบอกว่า "電気を つけましょう"
(เปิดไฟกันเถอะ) เหตุผลเดียวที่เราต้องเปิดไฟก็คือ ห้องมัน "มืด" (暗い - Kurai)
นั่นเองค่ะ! หากเจอข้อสอบแนวนี้ ให้แปลประโยคหลังก่อนเสมอค่ะ
問
3
きのうの 夜、シャワーを
( )
から、寝ました。
จงเลือกคำกริยาที่ใช้คู่กับคำว่า 'ฝักบัว' ได้อย่างถูกต้อง
เฉลย ข้อ 3. あびて (Abite)
คำอธิบาย: ข้อนี้คือ Collocation (คำที่ต้องใช้คู่กันเสมอ) ค่ะ!
ในภาษาญี่ปุ่น การ"อาบน้ำ" แบ่งเป็น 2 คำกริยาที่ห้ามใช้สลับกันเด็ดขาด:
🛁 1. ถ้าอาบด้วย 'อ่างอาบน้ำ (お風呂)' ต้องใช้กริยา 入る (Hairu - เข้าไปแช่)
🚿 2. ถ้าอาบด้วย 'ฝักบัว (シャワー)' ต้องใช้กริยา 浴びる (Abiru - รด/อาบ)
ในข้อนี้โจทย์ให้คำว่า シャワー (ฝักบัว) มา จึงต้องตอบ あびて (Abite) ซึ่งผันเป็นรูป て เพื่อเชื่อมกับ から (หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว จึงนอน) ค่ะ
🛁 1. ถ้าอาบด้วย 'อ่างอาบน้ำ (お風呂)' ต้องใช้กริยา 入る (Hairu - เข้าไปแช่)
🚿 2. ถ้าอาบด้วย 'ฝักบัว (シャワー)' ต้องใช้กริยา 浴びる (Abiru - รด/อาบ)
ในข้อนี้โจทย์ให้คำว่า シャワー (ฝักบัว) มา จึงต้องตอบ あびて (Abite) ซึ่งผันเป็นรูป て เพื่อเชื่อมกับ から (หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว จึงนอน) ค่ะ
🧩 พาร์ทที่ 2: ไวยากรณ์ (文法)
💡 พาร์ทไวยากรณ์คือ "ลานประหาร" ของนักเรียน N5 ค่ะ เพราะข้อสอบมักจะหลอกด้วยคำช่วย (Particles) และการเรียงประโยค
(Syntax) ที่ขัดแย้งกับเซ้นส์ขอ
พาร์ทไวยากรณ์คือ "ลานประหาร" ของนักเรียน N5 ค่ะ
เพราะข้อสอบมักจะหลอกด้วยคำช่วย (Particles) และการเรียงประโยค (Syntax) ที่ขัดแย้งกับเซ้นส์ของภาษาไทย
ยุ้ยคัดข้อปราบเซียนมาให้ 3 ข้อเน้นๆ ค่ะ!
問
4
私のお母さんは 毎日 スーパー
( )
買い物を します。
เลือกคำช่วยที่ถูกต้องที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง
เฉลย ข้อ 2. で (de)
คำอธิบาย: ข้อนี้ดักคนไทยที่แปลตรงตัวว่า"ที่" (At) ค่ะ!
กฎเหล็กของการเลือกคำช่วยสถานที่คือ ให้ดูกริยาตัวสุดท้าย!
กริยาในประโยคคือ 買い物をします (ซื้อของ) ซึ่งเป็น Action Verb (กริยาที่มีการกระทำ/กิจกรรมเกิดขึ้น) ดังนั้น ซูเปอร์มาร์เก็ตจึงทำหน้าที่เป็น "ลานกิจกรรม (Location of Action)" ซึ่งต้องใช้คำช่วย で (de) เสมอค่ะ!
กริยาในประโยคคือ 買い物をします (ซื้อของ) ซึ่งเป็น Action Verb (กริยาที่มีการกระทำ/กิจกรรมเกิดขึ้น) ดังนั้น ซูเปอร์มาร์เก็ตจึงทำหน้าที่เป็น "ลานกิจกรรม (Location of Action)" ซึ่งต้องใช้คำช่วย で (de) เสมอค่ะ!
問
5
あ!道に お金
( )
落ちていますよ!
เลือกคำช่วยที่ถูกต้องที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง
เฉลย ข้อ 3. が (ga)
คำอธิบาย: ข้อนี้วัด 2 เรื่องพร้อมกันค่ะ คือ 1. Discovery Focus และ 2. กริยาอกรรม
(Intransitive Verb)!
ประโยคเริ่มด้วย あ!(อ๊ะ!) เป็นการอุทานเมื่อ 'ค้นพบสิ่งใหม่ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า' (Discovery) ซึ่งข้อมูลที่เพิ่งเปิดเผยจะต้องใช้สปอตไลต์ が (ga) ชี้สิ่งนั้นเสมอค่ะ! นอกจากนี้ กริยา 落ちています (ตกอยู่) เป็นกริยาที่บอก 'สภาวะ' (ไม่มีคนจงใจทำ) เงินจึงเป็น"ประธาน" ที่ตกอยู่ด้วยตัวมันเอง ไม่ใช่"กรรม" ดังนั้นห้ามใช้ を (o) เด็ดขาดค่ะ!
ประโยคเริ่มด้วย あ!(อ๊ะ!) เป็นการอุทานเมื่อ 'ค้นพบสิ่งใหม่ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า' (Discovery) ซึ่งข้อมูลที่เพิ่งเปิดเผยจะต้องใช้สปอตไลต์ が (ga) ชี้สิ่งนั้นเสมอค่ะ! นอกจากนี้ กริยา 落ちています (ตกอยู่) เป็นกริยาที่บอก 'สภาวะ' (ไม่มีคนจงใจทำ) เงินจึงเป็น"ประธาน" ที่ตกอยู่ด้วยตัวมันเอง ไม่ใช่"กรรม" ดังนั้นห้ามใช้ を (o) เด็ดขาดค่ะ!
星
6
พาร์ทเรียงประโยค (星問題):
จงเรียงคำให้เป็นประโยคที่สมบูรณ์ แล้วหาว่าคำใดอยู่ในตำแหน่งของดาว (★)
山田さんは ___ ___ ★ ___ 人です。
1. 目
2. きれいな
3. が
4. 大きくて
เฉลย ตอบหมายเลข 4. 大きくて (Ookikute)
คำอธิบาย: พาร์ทเรียงประโยคคือจุดวัดกึ๋นที่สุดค่ะ!
ทริคของพี่ยูโตะที่จะทำให้ทำข้อสอบได้เร็วขึ้น 3 เท่าคือ "หาคู่หูให้เจอก่อน" ค่ะ!
- หาคู่ที่ติดกันแน่ๆ: คำนาม"目 (ตา)" ต้องคู่กับคำช่วย"が" กลายเป็น 【目】【が】 (1+3)
- หากริยาหรือคุณศัพท์ที่มาขยายตา: ตาก็ต้อง"ใหญ่" ใช่ไหมคะ? กลายเป็น 【目】【が】【大きくて】 (1+3+4)
- หาตัวที่ไปติดกับคำนามท้ายสุด: ท้ายประโยคมีคำว่า 人です (เป็นคน) สิ่งที่จะวางหน้า 人 ได้ ต้องเป็นคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย い หรือ な เท่านั้น ซึ่งก็คือ きれいな นั่นเอง! ดังนั้น きれいな ต้องอยู่ตำแหน่งสุดท้ายก่อน 人
-
ประกอบร่างขั้นสุดยอด:
山田さんは [1. 目] [3. が] [4. 大きくて (★)] [2. きれいな] 人です。
50 จุดหลอก N5 ออกสอบชัวร์
💡 The 50 Ultimate N5 Traps List
ตารางนี้คือ"วัคซีนป้องกันความผิดพลาด" ที่รวบรวมคำศัพท์ ไวยากรณ์ และคันจิ 50 ข้อที่หน้าตาคล้ายกันมาก และข้อ
The 50 Ultimate N5 Traps List
ตารางนี้คือ"วัคซีนป้องกันความผิดพลาด" ที่รวบรวมคำศัพท์ ไวยากรณ์ และคันจิ 50 ข้อที่หน้าตาคล้ายกันมาก และข้อสอบ
N5 เอามาออกหลอกทุกปีค่ะ ท่องให้ขึ้นใจ รับรองคะแนนพุ่งแน่นอน!
| # | จุดหลอกที่ 1 (Trap A) | จุดหลอกที่ 2 (Trap B) | วิธีแยกแยะ (How to Distinguish) |
|---|---|---|---|
| 1 | 病院 (byouin - โรงพยาบาล) | 美容院 (biyouin - ร้านทำผม) | ระวังเสียงยาว! โรงพยาบาลควบเสียงเป็น โฺยว-อิง (1 จังหวะ) ส่วนร้านทำผมแยกเสียง บิ-โย-อิง (3 จังหวะ) ค่ะ |
| 2 | おばさん (obasan - ป้า) | おばあさん (obaasan - ย่า/ยาย) | มีเสียงยาว"อา" แปลว่า ย่า/ยาย ซึ่งแก่กว่าคุณป้า 1 เจเนอเรชันค่ะ |
| 3 | おじさん (ojisan - ลุง) | おじいさん (ojiisan - ปู่/ตา) | เช่นเดียวกันค่ะ เสียงยาว"อี" หมายถึงคนแก่กว่า (ปู่/ตา) |
| 4 | かわいい (kawaii - น่ารัก) | こわい (kowai - น่ากลัว) | ตัว か (ka) กับ こ (ko) คล้ายกันมากในข้อสอบฟัง ระวังแปลผิดความหมายพลิกค่ะ! |
| 5 | 切る (kiru - ตัด) | 着る (kiru - สวมใส่ท่อนบน) | ออกเสียงเหมือนกันเป๊ะ! ต้องดูคำนามข้างหน้า ถ้าเป็น กระดาษ(紙) คือตัด ถ้าเป็น เสื้อ(シャツ) คือใส่ |
| 6 | 履く (haku - สวมท่อนล่าง) | 被る (kaburu - สวมหมวก) | สวมรองเท้า/กางเกง ใช้ haku, สวมหมวก ใช้ kaburu ญี่ปุ่นแยกกริยาตามส่วนของร่างกายค่ะ |
| 7 | かける (kakeru - สวมแว่น) | する (suru - สวมเนคไท) | แว่นตาใช้ kakeru (แขวนไว้ที่หู) ส่วนเนคไท/เครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ใช้ suru (ทำ) ค่ะ |
| 8 | 知る (shiru - รู้) | 分かる (wakaru - เข้าใจ) | รูปปฏิเสธของ 知っています คือ 知りません (shirimasen) ห้ามใช้ 知っていません เด็ดขาด! |
| 9 | ある (aru - มีสิ่งของ) | いる (iru - มีสิ่งมีชีวิต) | พืช/ต้นไม้ ถือเป็นสิ่งไม่มีชีวิตที่ขยับไม่ได้ ต้องใช้ あります (arimasu) ค่ะ |
| 10 | 貸す (kasu - ให้ยืม) | 借りる (kariru - ขอยืม) | ทิศทางตรงข้ามกัน! ฉัน 'ให้' เพื่อนยืม (kasu) vs ฉัน 'ขอ' ยืมเพื่อน (kariru) |
| 11 | 教える (oshieru - สอน) | 習う (narau - เรียน) | ทิศทางตรงข้าม! ครู 'สอน' (oshieru) ให้ฉัน vs ฉัน 'เรียน' (narau) จากครู |
| 12 | に (ni - ที่/เป้าหมาย) | で (de - ที่/ลานกิจกรรม) | กริยา"อยู่/มี (iru/aru)" ใช้ に ส่วนกริยาที่มีแอคชั่น"ทำ..." (กิน, วิ่ง) ใช้ で |
| 13 | へ (e - ไปทาง...) | を (o - เดินผ่าน/ข้าม) | เดินไป"ที่" โรงเรียนใช้ へ/に แต่เดิน"ผ่าน" สวนสาธารณะ/ข้ามสะพาน ต้องใช้ を (o) |
| 14 | は (wa - หัวข้อ) | が (ga - ชี้ประธาน/ใหม่) | คำถาม"ใคร/อะไร/ที่ไหน" (คำแสดงคำถาม) ต้องใช้ が เสมอ ห้ามใช้ は ตามหลังเด็ดขาด! |
| 15 | よくない (yokunai - ไม่ดี) | いくない (ikunai - ❌ ผิด!) | คำว่า いい (ii - ดี) เวลาผันปฏิเสธหรืออดีต ต้องใช้รากศัพท์ よい (yoi) เสมอ |
| 16 | きれい (kirei - สวย/สะอาด) | ゆうめい (yuumei - มีชื่อเสียง) | ลงท้ายด้วย い ก็จริง แต่เป็น Na-adjective! ปฏิเสธคือ きれいじゃありません |
| 17 | 嫌い (kirai - เกลียด) | 好き (suki - ชอบ) | ทั้งสองคำนี้เป็น Na-adjective และประธาน(สิ่งที่เราชอบ/เกลียด) ต้องใช้คำช่วย が (ga) |
| 18 | 結婚しています (kekkon shite imasu) | 結婚します (kekkon shimasu) | "แต่งงานแล้ว" (สถานะปัจจุบัน) ต้องใช้ 〜ています ห้ามใช้ 結婚しました (อดีต) ค่ะ! |
| 19 | 行く (iku ➔ itte) | 書く (kaku ➔ kaite) | 行く เป็นข้อยกเว้นเพียงตัวเดียวของกลุ่ม 1 (ku) ที่ต้องผันเป็น って (tte) ไม่ใช่ いて |
| 20 | 〜ないでください (nai de kudasai) | 〜なくて (nakute ❌) | "กรุณาอย่า..." ต้องใช้ ないで (nai de) เสมอ ห้ามใช้ なくてください เด็ดขาด |
| 21 | ひとり (hitori - 1 คน) | ふたり (futari - 2 คน) | การนับคน 1-2 คน เป็นคำศัพท์เฉพาะ ห้ามอ่าน ichi-nin / ni-nin ค่ะ! |
| 22 | よにん (yonin - 4 คน) | よんにん (yon-nin - ❌ ผิด!) | เลข 4 นำหน้าลักษณนามคน จะต้องอ่านแค่ よ (yo) ห้ามมีตัว ん (n) ตามหลังค่ะ |
| 23 | はたち (hatachi - อายุ 20) | にじゅっさい (ni-jussai - ❌ ผิด!) | อายุ 20 ปี เป็นคำพิเศษ ห้ามใส่ 〜歳 (sai) ต่อท้าย Hatachi ค่ะ |
| 24 | 九日 (kokonoka - วันที่ 9) | 十日 (tooka - วันที่ 10) | วันที่ 1-10 เป็นเสียงอ่านแบบญี่ปุ่นแท้ ท่องให้ขึ้นใจเพราะออกข้อสอบคันจิทุกปี |
| 25 | 二十日 (hatsuka - วันที่ 20) | 八日 (youka - วันที่ 8) | ระวังความคล้าย! Hatsuka (20) กับ Youka (8) ข้อสอบชอบเอามาสลับช้อยส์กันค่ะ |
| 26 | 一か月 (ikkagetsu - 1 เดือน) | 一月 (ichigatsu - มกราคม) | มีตัว か (ka) ตรงกลาง คือ"จำนวน/ระยะเวลา" ไม่มีคือ"ชื่อเดือน" ค่ะ |
| 27 | 何時間 (nan-jikan - กี่ชั่วโมง) | 何時 (nan-ji - กี่โมง) | มีคำว่า 間 (kan) หมายถึงระยะเวลา (Duration) ใช้ถามว่าใช้เวลาเท่าไหร่ |
| 28 | たくさん (takusan - มากมาย) | たぶん (tabun - บางที) | ข้อสอบพาร์ทฟังชอบพูดเร็วๆ ให้สับสน Takusan = จำนวนมาก, Tabun = ความน่าจะเป็น |
| 29 | だんだん (dandan - ค่อยๆ) | どんどん (dondon - พุ่งพรวด) | Dandan = เปลี่ยนแปลงทีละนิด, Dondon = เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วรุนแรง |
| 30 | まだ (mada - ยังไม่...) | もう (mou - ...แล้ว) | まだ ต้องตามด้วยกริยาปฏิเสธ (mada ~masen) ส่วน もう ตามด้วยอดีตบอกเล่า (mou ~mashita) |
|
... (ดาวน์โหลดตาราง 50 จุดหลอกฉบับเต็ม PDF
ได้ฟรีที่ปุ่มด้านล่างบทความค่ะ!)
|
|||
06. 20 คำถามถอดรหัส เทคนิคทำข้อสอบ N5 (The N5 Exam FAQ)
Q1: พาร์ทคำศัพท์ (Goi) ชอบเอาตัวคันจิอะไรมาหลอกคนไทย?
ข้อสอบชอบเอาคันจิที่มี 'เต็นเต็น' (゛) หรือ
'เสียงยาว' มาหลอกค่ะ เช่น 家族 (kazoku - ครอบครัว) จะมีช้อยส์หลอกเป็น kasoku หรือ kaazoku
เพื่อทดสอบความแม่นยำในการท่องจำของเราค่ะ ต้องจำเสียงยาว/สั้นให้เป๊ะ!
Q2: พาร์ทเรียงประโยค (ดาว ★) มีเทคนิคคิดลัดไหม?
เทคนิคคือ "หาคู่หู" ค่ะ
อย่าเพิ่งแปลทั้งประโยค ให้จับคู่คำศัพท์ที่ต้องอยู่ติดกันตามหลักไวยากรณ์ (เช่น คำช่วย が ต้องติดกับคำนาม, รูป
て ต้องเชื่อมประโยค) พอได้เป็นก้อนๆ แล้วค่อยเอาไปเสียบในช่องว่างจะเร็วและชัวร์กว่าค่ะ!
Q3: ทำไมอ่าน Reading จบแล้วแต่ยังตอบผิด?
เพราะคนไทยชอบเอา "ความรู้สึกส่วนตัวไปใส่"
ค่ะ! ในข้อสอบ Reading ห้ามคิดเองเออเองเด็ดขาด คำตอบที่ถูกต้อง 100% จะต้อง
'มีเขียนระบุไว้ในเนื้อเรื่อง (Paraphrase)' เสมอ ถ้าช้อยส์ไหนดูดีแต่ไม่มีในบทความ
ห้ามกาเด็ดขาดค่ะ!
Q4: พาร์ทฟัง (Listening) ผู้พูดชอบพูดอะไรก่อนเฉลย?
ข้อสอบมักจะมี 'ประโยคเปลี่ยนใจ' ค่ะ!
ตอนแรกจะตกลงกันว่า A (เช่น เจอกัน 3 โมง) แล้วผู้หญิงมักจะพูดว่า"อื้มม... แต่ว่า 4 โมงดีกว่าไหม?" คำว่า"でも
(demo - แต่)" หรือ"じゃあ (jaa - งั้นเอาเป็น)" คือสัญญาณเปลี่ยนคำตอบค่ะ!
Q5: เวลาทำข้อสอบไม่ทัน ควรทิ้งพาร์ทไหน?
ห้ามทิ้ง Reading เด็ดขาด! เพราะพาร์ทการอ่านคะแนนเยอะที่สุด (ข้อยาวๆ) ถ้าทำไม่ทันจริงๆ
ให้ข้ามข้อเรียงประโยค (ดาว) หรือคำศัพท์ยากๆ ไปก่อน แล้วเอาเวลามาอ่าน Passage ยาวๆ เพื่อเก็บคะแนนก้อนใหญ่ค่ะ
บริหารเวลาสำคัญมาก!
Q6: คำถาม"どうして (Doushite - ทำไม)" ต้องตอบแบบไหน?
ถ้าเจอคำถาม Doushite คำตอบที่ถูกต้อง
ต้องลงท้ายด้วย 〜から (kara - เพราะว่า) เสมอค่ะ! ในการกวาดสายตาหาคำตอบ ถ้าช้อยส์ไหนไม่มี kara
ต่อท้าย ให้ตัดทิ้งไปได้เลย ช่วยประหยัดเวลาได้เยอะมากค่ะ
Q7: มีทริคจำการเปลี่ยนเสียงลักษณนามไหม (เช่น Hon/Bon/Pon)?
จำ 'เลข 1, 3, 6, 8, 10' ไว้ให้ดีค่ะ!
เลข 3 มักจะทำให้อักษร h กลายเป็น b (Sanbon) ส่วน 1, 6, 8, 10 มักจะทำให้กลายเป็นเสียง p (Ippon, Roppon)
ข้อสอบ N5 ชอบออกเลข 3 กับ 8 มาหลอกเราค่ะ!
Q8: 〜たいです (อยากทำ) ใช้ถามเพื่อนได้ไหม?
ใช้ถามเพื่อนได้ค่ะ (เช่น どこへ行きたいですか?) แต่
ห้ามใช้กับผู้ใหญ่หรือเจ้านาย เด็ดขาดนะคะ เพราะการถามความต้องการตรงๆ
ถือว่าเสียมารยาทในสังคมญี่ปุ่น ข้อสอบพาร์ทการใช้ภาษา (Politeness) ชอบเอาไปออกค่ะ
Q9: คันจิ N5 ออกสอบประมาณกี่ตัว?
ประมาณ 100-120 ตัว ค่ะ
จะเน้นไปที่คันจิพื้นฐานเช่น วัน/เวลา (月, 火, 水), ธรรมชาติ (山, 川), ตัวเลข (一〜十), และทิศทาง (上, 下, 左, 右)
ไม่ต้องจำเยอะกว่านี้ แต่ต้องจำเสียงอ่าน 音読み (จีน) และ 訓読み (ญี่ปุ่น) ให้เป๊ะค่ะ!
Q10:"คะแนนผ่าน" ของ JLPT N5 คือเท่าไหร่?
คะแนนรวมต้องได้ 80 คะแนนขึ้นไป (จาก 180)
ค่ะ แต่ที่สำคัญคือ ต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของแต่ละพาร์ทด้วย (Vocab/Grammar=38,
Listening=19) ต่อให้ฟังได้เต็ม 60 แต่ถ้าไวยากรณ์ได้ 30 ก็สอบตกนะคะ! ต้องทำได้ดีเฉลี่ยๆ กันไปค่ะ
🎧 บทสนทนา: ซ้อมทำข้อสอบฟัง (Listening Trap Scenario)
💡 ลองฟังและอ่านบทสนทนานี้ดูนะคะ นี่คือ"กับดักการเปลี่ยนเวลา" ที่ข้อสอบ JLPT ออกทุกปีค่ะ!
ลองฟังและอ่านบทสนทนานี้ดูนะคะ นี่คือ"กับดักการเปลี่ยนเวลา" ที่ข้อสอบ
JLPT ออกทุกปีค่ะ!
Q: สองคนนี้จะเจอกันกี่โมง?
BOY
明日、 3時 に
駅で 会いましょう。
Ashita, san-ji ni eki de aimashou.
(พรุ่งนี้เจอกันที่สถานีตอนบ่าย 3 ไหม?)
GIRL
すみません。 3時
は ちょっと... 4時 は どうですか。
Sumimasen. San-ji wa chotto... Yo-ji wa dou desu ka.
(ขอโทษค่ะ บ่าย 3 ไม่ค่อยสะดวก... บ่าย 4 ได้ไหมคะ?)
BOY
いいですよ。じゃあ、
そうしましょう 。
Ii desu yo. Jaa, sou shimashou. (ได้ครับ งั้นเอาตามนั้น)
💡 Yuto's Explanation:
อย่าเพิ่งรีบฝนคำตอบตอนได้ยิน"3 時" ครับ! ผู้หญิงพูดว่า"3時はちょっと..." คำว่า ちょっと (chotto) ในบริบทนี้คือ "การปฏิเสธอย่างสุภาพ" ครับ! แปลว่าบ่าย 3 โดนปัดตกไปแล้ว และผู้ชายตอบตกลงรับข้อเสนอ"4 時" ในตอนท้าย คำตอบที่ถูกต้องจึงเป็นเวลา 4 โมงครับ (4時)
อย่าเพิ่งรีบฝนคำตอบตอนได้ยิน"3 時" ครับ! ผู้หญิงพูดว่า"3時はちょっと..." คำว่า ちょっと (chotto) ในบริบทนี้คือ "การปฏิเสธอย่างสุภาพ" ครับ! แปลว่าบ่าย 3 โดนปัดตกไปแล้ว และผู้ชายตอบตกลงรับข้อเสนอ"4 時" ในตอนท้าย คำตอบที่ถูกต้องจึงเป็นเวลา 4 โมงครับ (4時)
合格
🏁 ส่งท้ายจากเซนเซ:
ความสำเร็จ... เริ่มจากการลงมือทำ!
💡 "การทำข้อสอบจำลองจบ 1 ชุด คือก้าวที่ยิ่งใหญ่มากค่ะพี่ชาย! ไม่ว่าคะแนนจะออกมาเป็นยังไง อย่าเพิ่งท้อนะคะ
เพราะข้อผิดพลาดในวันนี้คือเข็มทิศที่จ
"การทำข้อสอบจำลองจบ 1 ชุด คือก้าวที่ยิ่งใหญ่มากค่ะพี่ชาย! ไม่ว่าคะแนนจะออกมาเป็นยังไง อย่าเพิ่งท้อนะคะ
เพราะข้อผิดพลาดในวันนี้คือเข็มทิศที่จะบอกว่าเราต้องพัฒนาจุดไหนต่อ
ยุ้ยและพี่ยูโตะเชื่อว่าความพยายามไม่เคยทรยศใครค่ะ สู้ต่อไปนะคะ ว่าที่นินจาภาษาญี่ปุ่นของยุ้ย!"
08. ติวเข้ม JLPT N5 ต่อเนื่อง (Recommended Articles)
💡 📖
📝
N5 Grammar บทเรียนคุณภาพสูง
ถ้าทำข้อสอบแล้วยังงง กลับไปทบทวนสรุปไวยากรณ์ N5 ทั้งหมดที่ออกสอบบ่อยที่สุดได้ที่นี่เลยค่ะ!
🔗
📖
📝
N5 Grammar บทเรียนคุณภาพสูง
ถ้าทำข้อสอบแล้วยังงง กลับไปทบทวนสรุปไวยากรณ์ N5
ทั้งหมดที่ออกสอบบ่อยที่สุดได้ที่นี่เลยค่ะ!
Te-form Conjugation (て形)
ฝึกผันกริยา て形 และ た形 ให้คล่อง
เพราะเป็นข้อต่อที่สำคัญที่สุดในข้อสอบ N5
Particles Guide (は, が, を, に, で)
ทบทวนคำช่วยฉบับสัมผัสเบื้องหลัง
ศึกสามเส้าที่คนไทยสับสนที่สุด
Study Hub
ศูนย์รวมบทเรียนและข้อสอบภาษาญี่ปุ่นระดับ ทั้งหมดของ YUI & YUTO เซนเซ
Exclusive Insight จาก YUTO JLPT N5 Exam Strategy
"การสอบ N5 ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้ครับ แต่คือเรื่อง 時間配分 (Jikan haibun - การจัดสรรเวลา) ครับ เทคนิคของผมคืออย่าจมอยู่กับข้อที่ทำไม่ได้นานเกินไปครับ ให้ข้ามไปก่อนแล้วค่อยกลับมาทำครับ และที่สำคัญ ส่วนการฟังให้ตั้งสติและ メモを取る (Memo wo toru - จดโน้ต) คีย์เวิร์ดสำคัญไว้ จะช่วยให้คุณตอบถูกได้ง่ายขึ้นมากครับ!"