JLPT N5 Official Simulation

แจกฟรี! แนวข้อสอบ JLPT N5
พร้อมเฉลยและคำอธิบาย

"เจาะลึกทุกข้อ ชำแหละทุกช้อยส์หลอก พร้อมตรรกะการตัดช้อยส์ระดับ Masterclass"

00. ปรัชญาการทำข้อสอบ JLPT N5: ไม่ใช่แค่จำ แต่ต้องรู้ทัน 'จุดหลอก'

สวัสดีค่ะพี่ชาย! ในที่สุดเราก็มาถึงสนามประลองจริงกันแล้วนะคะ ข้อสอบ JLPT N5 (Japanese-Language Proficiency Test) ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวัดว่าพี่ชาย 'ท่องจำ' คำศัพท์ได้กี่คำ แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบว่า พี่ชายสามารถ 'แยกแยะความคล้ายคลึง' และ 'เข้าใจโครงสร้างไวยากรณ์ (Syntax)' ของภาษาญี่ปุ่นได้ดีแค่ไหนค่ะ

โครงสร้างข้อสอบ N5 แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. คำศัพท์และคันจิ (20 นาที), 2. ไวยากรณ์และการอ่าน (40 นาที), และ 3. การฟัง (30 นาที) ค่ะ จุดที่คนไทยเสียคะแนนมากที่สุดคือ "พาร์ทไวยากรณ์ (ดาว)" และ "คันจิที่มีเสียงอ่านคล้ายกัน (เต็นเต็น/มารุ)" ค่ะ

💡 กฎเหล็กในการทำข้อสอบ (The Examination Golden Rule)

พี่ยูโตะมีกฎเหล็ก 1 ข้อมาบอกค่ะ: "อย่ารีบแปลภาษาไทยในหัว ให้มองหา 'คำเชื่อม' และ 'กริยาตัวสุดท้าย' ก่อนเสมอ!" ข้อสอบมักจะเอาช้อยส์ที่แปลเป็นไทยแล้วความหมายเหมือนกันเป๊ะมาหลอกเรา เช่น に กับ で หรือ あります กับ います ถ้าเราไม่อิงตามไวยากรณ์ญี่ปุ่น เราจะตกหลุมพรางทันทีค่ะ! วันนี้ยุ้ยได้คัด 'ข้อสอบเก็งกำไร' ที่รวมเอาหลุมพรางทั้งหมดมาให้พี่ชายได้ฝึกทำ พร้อมคำอธิบายแบบชี้ชัดๆ ว่าทำไมช้อยส์อื่นถึงผิดค่ะ ลุยกันเลย!

✍️ พาร์ทที่ 1: คำศัพท์และคันจิ (文字・語彙)

พาร์ทนี้เน้นทดสอบความแม่นยำของการออกเสียง (เสียงสั้น/เสียงยาว, เต็นเต็น) และการเลือกใช้คำศัพท์ให้ตรงกับบริบท (Context) ค่ะ มาลองทดสอบกันดูนะคะ!

1

きのう、デパートで 時計 を 買いました。

คำที่ขีดเส้นใต้ มีเสียงอ่าน (ฮิรางานะ) ว่าอย่างไร?

เฉลย ข้อ 2. とけい (Tokei)

คำอธิบาย: คันจิ 時計 (นาฬิกา) เป็นคำปราบเซียนที่ออกสอบบ่อยมากค่ะ! คนไทยมักจะสับสนระหว่างเสียงสั้นกับเสียงยาว

  • ช้อยส์ 1: とけ (Toke) ผิด เพราะขาดเสียง い (i) ซึ่งเป็นเสียงยาวของตัว け ค่ะ
  • ช้อยส์ 3: どうけい (Doukei) ผิด เพราะตัว と (To) เป็นเสียงสั้น ห้ามใส่ う ให้มันยาวค่ะ
  • ช้อยส์ 4: とうけい (Toukei) ผิด เพราะ 統計 แปลว่า "สถิติ" ไม่ใช่นาฬิกาค่ะ!
2

この 部屋は (   ) ですね。電気を つけましょう。

ควรเติมคำศัพท์ใดลงในช่องว่าง ให้บริบทสมบูรณ์ที่สุด?

เฉลย ข้อ 2. くらい (Kurai)

คำอธิบาย: ข้อนี้ทดสอบการอ่านบริบท (Context) ค่ะ ประโยคหลังบอกว่า "電気を つけましょう" (เปิดไฟกันเถอะ) เหตุผลเดียวที่เราต้องเปิดไฟก็คือ ห้องมัน "มืด" (暗い - Kurai) นั่นเองค่ะ!

  • ช้อยส์ 1: あかるい (Akarui - สว่าง) ถ้าสว่างอยู่แล้วก็ไม่ต้องเปิดไฟค่ะ ผิดตรรกะ
  • ช้อยส์ 3: あたたかい (Atatakai - อบอุ่น) ไม่เกี่ยวกับการเปิดไฟส่องสว่างค่ะ
  • ช้อยส์ 4: すずしい (Suzushii - เย็นสบาย) ถ้าเย็นสบายควรไปเปิด/ปิดหน้าต่างหรือแอร์ค่ะ
3

きのうの 夜、シャワーを (   ) から、寝ました。

จงเลือกคำกริยาที่ใช้คู่กับคำว่า 'ฝักบัว' ได้อย่างถูกต้อง

เฉลย ข้อ 3. あびて (Abite)

คำอธิบาย: ข้อนี้คือ Collocation (คำที่ต้องใช้คู่กันเสมอ) ค่ะ! ในภาษาญี่ปุ่น การ "อาบน้ำ" แบ่งเป็น 2 คำกริยาที่ห้ามใช้สลับกันเด็ดขาด:
1. ถ้าอาบด้วย 'ฝักบัว (シャワー)' ต้องใช้กริยา 浴びる (Abiru - อาบ/รด)
2. ถ้าอาบด้วย 'อ่างอาบน้ำ (お風呂)' ต้องใช้กริยา 入る (Hairu - เข้าไปแช่)

ในข้อนี้โจทย์ให้คำว่า シャワー (ฝักบัว) มา จึงต้องตอบ あびて (Abite) ซึ่งผันเป็นรูปてเชื่อมกับから (หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว จึงนอน) ค่ะ ส่วน あらう (ล้าง) ใช้กับมือ หน้า จานชาม ค่ะ

🧩 พาร์ทที่ 2: ไวยากรณ์ (文法)

พาร์ทไวยากรณ์คือ "ลานประหาร" ของนักเรียน N5 ค่ะ เพราะข้อสอบมักจะหลอกด้วยคำช่วย (Particles) และการผัน Tense ที่ขัดแย้งกับภาษาไทย ยุ้ยคัดข้อปราบเซียนมาให้ 3 ข้อเน้นๆ ค่ะ!

4

私のお母さんは 毎日 スーパー (   ) 買い物を します。

เลือกคำช่วยที่ถูกต้องที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง

เฉลย ข้อ 2. で (de)

คำอธิบาย: ข้อนี้ดักคนไทยที่แปลตรงตัวว่า "ที่" ค่ะ! กฎเหล็กของสถานที่คือ ให้ดูกริยาตัวสุดท้าย!

  • กริยาในประโยคคือ 買い物をします (ซื้อของ) ซึ่งเป็น Action Verb (กริยาที่มีการเคลื่อนไหว/กระทำ)
  • ดังนั้น ซูเปอร์มาร์เก็ตจึงทำหน้าที่เป็น "ลานกิจกรรม (Location of Action)" ซึ่งต้องใช้คำช่วย で (de) เสมอค่ะ!
  • ถ้าตอบ に (ni) จะผิดทันที เพราะ に ใช้ปักหมุดกับกริยาที่ไม่มีการเคลื่อนไหว เช่น あります, います (มี, อยู่) ค่ะ
5

あ!道に お金 (   ) 落ちていますよ!

เลือกคำช่วยที่ถูกต้องที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง

เฉลย ข้อ 3. が (ga)

คำอธิบาย: ข้อนี้วัด 2 เรื่องพร้อมกันค่ะ คือ 1. Discovery Focus และ 2. กริยาอกรรม (Intransitive Verb)!

  • ประโยคเริ่มด้วย あ!(อ๊ะ!) เป็นการอุทานเมื่อ 'ค้นพบสิ่งใหม่ที่อยู่ตรงหน้า' (Discovery) ซึ่งข้อมูลใหม่จะต้องใช้สปอตไลต์ が (ga) ชี้ประธานเสมอค่ะ! (ใช้ は ไม่ได้เพราะไม่ใช่เรื่องที่รู้กันอยู่แล้ว)
  • กริยา 落ちています (ตกอยู่) เป็นกริยาที่บอก 'สภาพที่เกิดขึ้นเอง' (ไม่มีคนจงใจทำ) เงินจึงเป็นประธานที่ตกอยู่ด้วยตัวมันเอง ไม่ใช่กรรม! ดังนั้นห้ามใช้ を (o) เด็ดขาดค่ะ!
6

พาร์ทเรียงประโยค: จงเรียงคำให้เป็นประโยคที่สมบูรณ์ แล้วหาว่าคำใดอยู่ในตำแหน่งของดาว (★)

山田さんは ___ ___ ___ 人です。

1. 目 2. きれいな 3. が 4. 大きくて

เฉลย ตอบหมายเลข 2. きれいな (Kirei na)

คำอธิบาย: พาร์ทเรียงประโยคคือจุดวัดกึ๋นที่สุดค่ะ! ทริคของพี่ยูโตะคือ "หาคู่หูให้เจอก่อน"

  1. หาคู่ที่ติดกันแน่ๆ: "目 (ตา)" ต้องคู่กับคำช่วย "が" กลายเป็น 【目】【が】 (1+3)
  2. หากริยาหรือคุณศัพท์ที่มาขยายตา: ตาก็ต้อง "ใหญ่" ใช่ไหมคะ? กลายเป็น 【目】【が】【大きくて】 (1+3+4)
  3. หาตัวที่ไปติดกับคำนามท้ายสุด: ท้ายประโยคมีคำว่า 人です (เป็นคน) สิ่งที่จะวางหน้า 人 ได้ ต้องเป็นคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย い หรือ な เท่านั้น ซึ่งก็คือ きれいな นั่นเอง! ดังนั้น きれいな ต้องอยู่ตำแหน่งสุดท้ายก่อน 人 です
  4. ประกอบร่าง: 山田さんは 【目】 【が】 【大きくて (★)】 【きれいな】 人です。

อ้าว! ขออภัยค่ะ พี่ยูโตะอธิบายถูกแต่เฉลยดาวผิดตำแหน่ง!
ตำแหน่งคือ: ___ (1. 目) ___ (3. が) ★ (4. 大きくて) ___ (2. きれいな) 人です。
ดังนั้น คำที่อยู่ตรง ★ คือหมายเลข 4. 大きくて ค่ะ! นี่แหละความสับสนในห้องสอบของจริง!

📖 พาร์ทที่ 3: การอ่าน (読解)

พาร์ทการอ่าน (Dokkai) ของ N5 มักจะเป็นข้อความสั้นๆ หรือจดหมายค่ะ สิ่งที่ข้อสอบชอบทำคือ "ให้ข้อมูลมาเยอะๆ แล้วมีจุดหักมุมในประโยคสุดท้าย" ค่ะ เรามาลองดูเทคนิคการอ่านข้ามหลุมพรางกันค่ะ!

7

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม

きのう、デパートへ 行きました。シャツと 靴が 欲しかったです。シャツは 3000円でしたから、買いました。靴は 5000円でした。高かったですから、買いませんでした。そして、1階で ケーキを 買って、帰りました。

質問:この人は デパートで 何を 買いましたか。
(คำถาม: คนคนนี้ซื้ออะไรที่ห้างสรรพสินค้าบ้าง?)

เฉลย ข้อ 3. シャツと ケーキ

คำอธิบาย: นี่คือแพทเทิร์นคลาสสิกของข้อสอบการอ่าน N5 ค่ะ! คือการ 'บอกสิ่งที่อยากได้ ➔ บอกราคา ➔ หักมุมว่าไม่ได้ซื้อ'

  1. シャツと 靴が 欲しかったです (อยากได้เสื้อเชิ้ตกับรองเท้า) ➔ นี่คือความอยาก ยังไม่ได้ซื้อ!
  2. シャツは... 買いました (เสื้อเชิ้ต... ซื้อแล้ว) ➔ ได้เสื้อ 1 ตัว
  3. 靴は... 買いませんでした (รองเท้า... ไม่ได้ซื้อ เพราะแพง) ➔ รองเท้าโดนตัดออก!
  4. そして、1階で ケーキを 買って... (และ ซื้อเค้กที่ชั้น 1...) ➔ ได้เค้กอีก 1 ชิ้น

สรุป: สิ่งที่ซื้อไปจริงๆ คือ เสื้อเชิ้ต (シャツ) และ เค้ก (ケーキ) เท่านั้นค่ะ ใครที่กวาดสายตาเร็วๆ แล้วเห็นคำว่า 靴 (รองเท้า) โผล่มาแล้วรีบตอบ จะโดนหลอกเต็มๆ ค่ะ กฎคือต้องอ่าน กริยาตัวสุดท้ายของแต่ละประโยค (買いました / 買いませんでした) ให้ละเอียดเสมอค่ะ!

🎧 พาร์ทที่ 4: การฟัง (聴解)

พาร์ทการฟัง (Choukai) คือฝันร้ายของหลายคนค่ะ เพราะเสียงจะมาแค่รอบเดียวแล้วผ่านไปเลย เทคนิคที่พี่ยูโตะอยากเน้นย้ำคือ "จดโน้ตเฉพาะตัวเลข, เวลา, วันที่ และ ขีดฆ่าสิ่งที่โดนปฏิเสธทิ้งทันที" ค่ะ คนญี่ปุ่นมักจะพูดตกลงกันตอนแรก แล้วเปลี่ยนใจในประโยคสุดท้ายเสมอ!

🚨 แพทเทิร์นหลอกยอดฮิต: การเปลี่ยนเวลานัดหมาย

ในข้อสอบมักจะมีบทสนทนาดังนี้:

男:明日、3時に 駅で 会いましょう。(พรุ่งนี้เจอกันที่สถานีตอนบ่าย 3 ไหม?)

女:すみません。3時は ちょっと... 4時は どうですか。(ขอโทษค่ะ บ่าย 3 ไม่ค่อยสะดวก... บ่าย 4 ได้ไหมคะ?)

男:いいですよ。じゃあ、そうしましょう。(ได้ครับ งั้นเอาตามนั้น)

จุดที่ต้องระวัง: อย่าเพิ่งรีบฝนคำตอบตอนได้ยิน "3 時" ค่ะ! ผู้หญิงพูดว่า "3 時はちょっと..." (บ่าย 3 น่ะแหม...) คำว่า ちょっと (chotto) ในบริบทนี้คือ "การปฏิเสธอย่างสุภาพ" ค่ะ! แปลว่าบ่าย 3 โดนปัดตกไปแล้ว และผู้ชายตอบตกลงรับข้อเสนอ "4 時" ในตอนท้าย คำตอบที่ถูกต้องจึงเป็นเวลา 4 โมงค่ะ (๔ 時)

05. 50 จุดหลอก N5 ออกสอบชัวร์ (The 50 Ultimate N5 Traps List)

ตารางนี้คือ "วัคซีนป้องกันความผิดพลาด" ที่รวบรวมคำศัพท์ ไวยากรณ์ และคันจิ 50 ข้อที่หน้าตาคล้ายกันมาก และข้อสอบ N5 เอามาออกหลอกทุกปีค่ะ ท่องให้ขึ้นใจนะคะ!

# จุดหลอกที่ 1 (Trap A) จุดหลอกที่ 2 (Trap B) วิธีแยกแยะ (How to Distinguish)
1 病院 (byouin - โรงพยาบาล) 美容院 (byouin - ร้านทำผม) ระวังเสียงยาว! โรงพยาบาลคือ โบฺยว-อิง (byouin) ส่วนร้านทำผมคือ บิ-โย-อิง (biyouin)
2 おばさん (obasan - ป้า) おばあさん (obaasan - ย่า/ยาย) เสียงยาว "อา" แปลว่า ย่า/ยาย แก่กว่าคุณป้า 1 เจเนอเรชันค่ะ
3 おじさん (ojisan - ลุง) おじいさん (ojiisan - ปู่/ตา) เช่นเดียวกันค่ะ เสียงยาว "อี" หมายถึงคนแก่กว่า (ปู่/ตา)
4 かわいい (kawaii - น่ารัก) こわい (kowai - น่ากลัว) ตัว か (ka) กับ こ (ko) คล้ายกันมากในข้อสอบฟัง ระวังแปลผิดความหมายพลิกค่ะ!
5 切る (kiru - ตัด) 着る (kiru - สวมใส่(เสื้อท่อนบน)) ออกเสียงเหมือนกันเป๊ะ! ต้องดูคำนามข้างหน้า ถ้าเป็น กระดาษ(紙) คือตัด ถ้าเป็น เสื้อ(シャツ) คือใส่
6 履く (haku - สวม(ท่อนล่าง)) 被る (kaburu - สวม(หมวก)) สวมรองเท้า/กางเกง ใช้ haku, สวมหมวก ใช้ kaburu ญี่ปุ่นแยกกริยาตามส่วนของร่างกายค่ะ
7 かける (kakeru - สวม(แว่น)) する (suru - สวม(เนคไท/นาฬิกา)) แว่นตาใช้ kakeru (แขวนไว้ที่หู) ส่วนเนคไท/เครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ใช้ suru (ทำ) ค่ะ
8 知る (shiru - รู้) 分かる (wakaru - เข้าใจ) รูปปฏิเสธของ 知っています คือ 知りません (shirimasen) ห้ามใช้ 知っていません เด็ดขาด!
9 ある (aru - มี/สิ่งของ) いる (iru - มี/สิ่งมีชีวิต) พืช/ต้นไม้ ถือเป็นสิ่งไม่มีชีวิตที่ขยับไม่ได้ ต้องใช้ あります (arimasu) ค่ะ
10 貸す (kasu - ให้ยืม) 借りる (kariru - ขอยืม) ทิศทางตรงข้ามกัน! ฉัน 'ให้' เพื่อนยืม (kasu) vs ฉัน 'ขอ' ยืมเพื่อน (kariru)
11 教える (oshieru - สอน) 習う (narau - เรียน) ทิศทางตรงข้าม! ครู 'สอน' (oshieru) ให้ฉัน vs ฉัน 'เรียน' (narau) จากครู
12 に (ni - ที่/เป้าหมาย) で (de - ที่/ลานกิจกรรม) กริยา "อยู่/มี (iru/aru)" ใช้ に ส่วนกริยาที่มีแอคชั่น "ทำ..." (กิน, วิ่ง, เล่น) ใช้ で
13 へ (e - ไปทาง...) を (o - เดินผ่าน/ข้าม) เดินไป "ที่" โรงเรียนใช้ へ/に แต่เดิน "ผ่าน" สวนสาธารณะ/ข้ามสะพาน ต้องใช้ を (o)
14 は (wa - หัวข้อ) が (ga - ชี้ประธาน/ข้อมูลใหม่) คำถาม "ใคร/อะไร/ที่ไหน" (คำแสดงคำถาม) ต้องใช้ が เสมอ ห้ามใช้ は ตามหลังเด็ดขาด!
15 よくない (yokunai - ไม่ดี) いくない (ikunai - ❌ ผิด!) คำว่า いい (ii - ดี) เวลาผันปฏิเสธหรืออดีต ต้องใช้รากศัพท์ よい (yoi) เสมอ
16 きれい (kirei - สวย/สะอาด) ゆうめい (yuumei - มีชื่อเสียง) ลงท้ายด้วย い ก็จริง แต่เป็น Na-adjective! ปฏิเสธคือ きれいじゃありません
17 嫌い (kirai - เกลียด) 好き (suki - ชอบ) ทั้งสองคำนี้เป็น Na-adjective และประธาน(สิ่งที่เราชอบ/เกลียด) ต้องใช้คำช่วย が (ga)
18 結婚しています (kekkon shite imasu) 結婚します (kekkon shimasu) "แต่งงานแล้ว" (สถานะปัจจุบัน) ต้องใช้ 〜ています ห้ามใช้ 結婚しました (อดีต) ค่ะ!
19 行く (iku - ไป) ➔ 行って (itte) 書く (kaku - เขียน) ➔ 書いて (kaite) 行く เป็นข้อยกเว้นเพียงตัวเดียวของกลุ่ม 1 (ku) ที่ต้องผันเป็น って (tte) ไม่ใช่ いて
20 〜ないでください (nai de kudasai) 〜なくて (nakute) "กรุณาอย่า..." ต้องใช้ ないで (nai de) เสมอ ห้ามใช้ なくてください เด็ดขาด
21 ひとり (hitori - 1 คน) ふたり (futari - 2 คน) การนับคน 1-2 คน เป็นคำศัพท์เฉพาะ ห้ามอ่าน ichi-nin / ni-nin ค่ะ!
22 よにん (yonin - 4 คน) よんにん (yon-nin - ❌ ผิด!) เลข 4 นำหน้าลักษณนามคน จะต้องอ่านแค่ よ (yo) ห้ามมีตัว ん (n) ตามหลังค่ะ
23 はたち (hatachi - อายุ 20 ปี) にじゅっさい (ni-jussai - ❌ ผิด!) อายุ 20 ปี เป็นคำพิเศษ ห้ามใส่ 〜歳 (sai) ต่อท้าย Hatachi ค่ะ
24 九日 (kokonoka - วันที่ 9) 十日 (tooka - วันที่ 10) วันที่ 1-10 เป็นเสียงอ่านแบบญี่ปุ่นแท้ ท่องให้ขึ้นใจเพราะออกข้อสอบคันจิทุกปี
25 二十日 (hatsuka - วันที่ 20) 八日 (youka - วันที่ 8) ระวังความคล้าย! Hatsuka (20) กับ Youka (8) ข้อสอบชอบเอามาสลับช้อยส์กันค่ะ
26 一か月 (ikkagetsu - ระยะเวลา 1 เดือน) 一月 (ichigatsu - เดือนมกราคม) มีตัว か (ka) ตรงกลาง คือ "จำนวน/ระยะเวลา" ไม่มีคือ "ชื่อเดือน" ค่ะ
27 何時間 (nan-jikan - กี่ชั่วโมง) 何時 (nan-ji - กี่โมง) มีคำว่า 間 (kan) หมายถึงระยะเวลา (Duration) ใช้ถามว่าใช้เวลาเท่าไหร่
28 たくさん (takusan - มากมาย) たぶん (tabun - บางที/อาจจะ) ข้อสอบพาร์ทฟังชอบพูดเร็วๆ ให้สับสน Takusan = จำนวนมาก, Tabun = ความน่าจะเป็น
29 だんだん (dandan - ค่อยๆ) どんどん (dondon - อย่างรวดเร็ว) Dandan = เปลี่ยนแปลงทีละนิด, Dondon = เปลี่ยนแปลงพุ่งพรวดรวดเร็ว
30 まだ (mada - ยังไม่...) もう (mou - ...แล้ว) まだ ต้องตามด้วยกริยาปฏิเสธ (mada ~masen) ส่วน もう ตามด้วยอดีตบอกเล่า (mou ~mashita)
31 とても (totemo - มาก) あまり (amari - ไม่ค่อย...) あまり ต้องตามด้วยประโยค ปฏิเสธ (Negative) เสมอ! (เช่น amari oishikunai)
32 たいです (tai desu - อยากทำ) ほしいです (hoshii desu - อยากได้) 〜たい แปะท้ายกริยา (อยากไป/กิน) ส่วน ほしい วางหลังคำนาม (อยากได้เงิน/รถ)
33 〜ましょうか (mashou ka) 〜ませんか (masen ka) Mashou ka = เสนอตัวช่วยเหลือให้เขา, Masen ka = ชวนเขามาทำด้วยกันแบบสุภาพ
34 誰か (dareka - ใครบางคน) 誰も (daremo - ไม่มีใครเลย) 誰か เป็นประโยคบอกเล่า (มีใครสักคนอยู่) 誰も ต้องตามด้วยปฏิเสธเสมอ (daremo imasen)
35 何か (nanika - อะไรบางอย่าง) 何も (nanimo - ไม่มีอะไรเลย) เช่นเดียวกัน 何も ต้องตามด้วยปฏิเสธ (nanimo tabemasen - ไม่กินอะไรเลย)
36 前 (mae - ด้านหน้า / ก่อน) 後 (ato - ด้านหลัง / หลัง) คำคันจิตรงข้ามที่ต้องจำ! 前に (mae ni) = ก่อนทำ, 後で (ato de) = หลังจากทำ
37 右 (migi - ขวา) 左 (hidari - ซ้าย) คันจิคล้ายกันมาก! 右 (ขวา) มีตัว 口 (ปาก) อยู่ข้างล่าง ซ้าย 左 มีตัว 工 อยู่ข้างล่าง
38 兄 (ani - พี่ชายฉัน) お兄さん (oniisan - พี่ชายคนอื่น) เวลาพูดถึงครอบครัวตัวเองกับคนนอก ห้ามใช้คำว่า O- เด็ดขาด ต้องใช้คำถ่อมตัว (ani, haha)
39 母 (haha - แม่ฉัน) お母さん (okaasan - แม่คนอื่น) ถ้าข้อสอบฟังใช้คำว่า Okaasan แสดงว่าเขากำลังพูดถึงแม่ของคนที่เขากำลังคุยด้วยค่ะ
40 妻 (tsuma - ภรรยาฉัน) 奥さん (okusan - ภรรยาคนอื่น) ครอบครัวตัวเองใช้ Tsuma ครอบครัวคนอื่นใช้ Okusan
41 あげる (ageru - ให้(คนอื่น)) くれる (kureru - (คนอื่น)ให้ฉัน) ถ้าประโยคมี わたしに (ให้ฉัน) คำตอบท้ายประโยคต้องเป็น くれます เสมอ!
42 もらう (morau - ได้รับ) あげる (ageru - ให้) ถ้าประธานเป็น わたしは (ฉันน่ะ) แล้วมีคำช่วย に/から แปลว่าฉัน "ได้รับ" มา ต้องใช้ もらう ค่ะ
43 いつ (itsu - เมื่อไหร่) 5日 (itsuka - วันที่ 5) ออกเสียงคล้ายกันในเทปฟัง Itsu = ถามเวลา, Itsuka = ตอบวันที่ 5 (หรือ สักวันหนึ่ง)
44 四日 (yokka - วันที่ 4) 八日 (youka - วันที่ 8) เสียง Yokka (ซึเล็ก) กับ Youka (เสียงยาว) แยกให้ออกในพาร์ทการฟังนะคะ
45 〜から (kara - เพราะว่า) だから (dakara - เพราะฉะนั้น) から วางท้ายประโยคเหตุผล (A+kara, B) แต่ だから วางขึ้นต้นประโยคผลลัพธ์ (A. Dakara B)
46 どうして (doushite - ทำไม) どうやって (douyatte - ทำอย่างไร) Doushite ถามเหตุผล (ตอบ ~kara), Douyatte ถามวิธีการ (ตอบ ใช้รถไฟ, ทำแบบนี้)
47 どの (dono - อันไหน) どれ (dore - อันไหน) どの ต้องมี "คำนาม" ตามหลังเสมอ (Dono hon), どれ ใช้โดดๆ เป็นประธานได้เลย (Dore ga)
48 外国 (gaikoku - ต่างประเทศ) 外国人 (gaikokujin - ชาวต่างชาติ) เติม 人 (jin) เข้าไปเปลี่ยนจากสถานที่กลายเป็น "คน" (สัญชาติ)
49 旅行する (ryokou suru - เที่ยว) 出張する (shucchou suru - ไปทำงาน) เนื้อเรื่องในพาร์ทอ่านชอบหลอกว่าไปโรงแรม แต่ไม่ได้ไปเที่ยว (ไปทำงาน) ต้องอ่านให้จบค่ะ
50 行くつもりです (iku tsumori - ตั้งใจจะไป) 行かないつもりです (ikanai tsumori - ตั้งใจจะไม่ไป) つもり บอกความตั้งใจ สามารถปฏิเสธโดยใช้ V-nai วางข้างหน้าได้ แปลว่า "ตั้งใจว่าจะ-ไม่ทำ"

06. 20 คำถามเจาะลึก เทคนิคทำข้อสอบ N5 (The N5 Exam FAQ)

Q1: พาร์ทคำศัพท์ (Goi) ชอบเอาตัวคันจิอะไรมาหลอกคนไทย?

ข้อสอบชอบเอาคันจิที่มี 'เต็นเต็น' (゛) หรือ 'เสียงยาว' มาหลอกค่ะ เช่น 家族 (kazoku - ครอบครัว) จะมีช้อยส์หลอกเป็น kasoku หรือ kaazoku เพื่อทดสอบความแม่นยำในการท่องจำของเราค่ะ ต้องจำเสียงยาว/สั้นให้เป๊ะ!

Q2: พาร์ทเรียงประโยค (ดาว ★) มีเทคนิคคิดลัดไหม?

เทคนิคคือ "หาคู่หู" ค่ะ อย่าเพิ่งแปลทั้งประโยค ให้จับคู่คำศัพท์ที่ต้องอยู่ติดกันตามหลักไวยากรณ์ (เช่น คำช่วย が ต้องติดกับคำนาม, รูป て ต้องเชื่อมประโยค) พอได้เป็นก้อนๆ แล้วค่อยเอาไปเสียบในช่องว่างจะเร็วและชัวร์กว่าค่ะ!

Q3: ทำไมอ่าน Reading จบแล้วแต่ยังตอบผิด?

เพราะคนไทยชอบเอา "ความรู้สึกส่วนตัวไปใส่" ค่ะ! ในข้อสอบ Reading ห้ามคิดเองเออเองเด็ดขาด คำตอบที่ถูกต้อง 100% จะต้อง 'มีเขียนระบุไว้ในเนื้อเรื่อง (Paraphrase)' เสมอ ถ้าช้อยส์ไหนดูดีแต่ไม่มีในบทความ ห้ามกาเด็ดขาดค่ะ!

Q4: พาร์ทฟัง (Listening) ผู้พูดชอบพูดอะไรก่อนเฉลย?

ข้อสอบมักจะมี 'ประโยคเปลี่ยนใจ' ค่ะ! ตอนแรกจะตกลงกันว่า A (เช่น เจอกัน 3 โมง) แล้วผู้หญิงมักจะพูดว่า "อื้มม... แต่ว่า 4 โมงดีกว่าไหม?" คำว่า "でも (demo - แต่)" หรือ "じゃあ (jaa - งั้นเอาเป็น)" คือสัญญาณเปลี่ยนคำตอบค่ะ!

Q5: เวลาทำข้อสอบไม่ทัน ควรทิ้งพาร์ทไหน?

ห้ามทิ้ง Reading เด็ดขาด! เพราะพาร์ทการอ่านคะแนนเยอะที่สุด (ข้อยาวๆ) ถ้าทำไม่ทันจริงๆ ให้ข้ามข้อเรียงประโยค (ดาว) หรือคำศัพท์ยากๆ ไปก่อน แล้วเอาเวลามาอ่าน Passage ยาวๆ เพื่อเก็บคะแนนก้อนใหญ่ค่ะ บริหารเวลาสำคัญมาก!

Q6: คำถาม "どうして (Doushite - ทำไม)" ต้องตอบแบบไหน?

ถ้าเจอคำถาม Doushite คำตอบที่ถูกต้อง ต้องลงท้ายด้วย 〜から (kara - เพราะว่า) เสมอค่ะ! ในการกวาดสายตาหาคำตอบ ถ้าช้อยส์ไหนไม่มี kara ต่อท้าย ให้ตัดทิ้งไปได้เลย ช่วยประหยัดเวลาได้เยอะมากค่ะ

Q7: มีทริคจำการเปลี่ยนเสียงลักษณนามไหม (เช่น Hon/Bon/Pon)?

จำ 'เลข 1, 3, 6, 8, 10' ไว้ให้ดีค่ะ! เลข 3 มักจะทำให้อักษร h กลายเป็น b (Sanbon) ส่วน 1, 6, 8, 10 มักจะทำให้กลายเป็นเสียง p (Ippon, Roppon) ข้อสอบ N5 ชอบออกเลข 3 กับ 8 มาหลอกเราค่ะ!

Q8: 〜たいです (อยากทำ) ใช้ถามเพื่อนได้ไหม?

ใช้ถามเพื่อนได้ค่ะ (เช่น どこへ行きたいですか?) แต่ ห้ามใช้กับผู้ใหญ่หรือเจ้านาย เด็ดขาดนะคะ เพราะการถามความต้องการตรงๆ ถือว่าเสียมารยาทในสังคมญี่ปุ่น ข้อสอบพาร์ทการใช้ภาษา (Politeness) ชอบเอาไปออกค่ะ

Q9: คันจิ N5 ออกสอบประมาณกี่ตัว?

ประมาณ 100 ตัวอักษร ค่ะ จะเน้นไปที่คันจิพื้นฐานเช่น วัน/เวลา (月, 火, 水), ธรรมชาติ (山, 川), ตัวเลข (一〜十), และทิศทาง (上, 下, 左, 右) ไม่ต้องจำเยอะกว่านี้ แต่ต้องจำเสียงอ่าน 音読み (จีน) และ 訓読み (ญี่ปุ่น) ให้เป๊ะค่ะ!

Q10: "คะแนนผ่าน" ของ JLPT N5 คือเท่าไหร่?

คะแนนรวมต้องได้ 80 คะแนนขึ้นไป (จาก 180) ค่ะ แต่ที่สำคัญคือ ต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของแต่ละพาร์ทด้วย (Vocab/Grammar=38, Listening=19) ต่อให้ฟังได้เต็ม 60 แต่ถ้าไวยากรณ์ได้ 30 ก็สอบตกนะคะ! ต้องทำได้ดีเฉลี่ยๆ กันไปค่ะ

Q11: รูปเงื่อนไข (〜と) ชอบออกตรงไหน?

ข้อสอบชอบหลอกโดยเอา 'ประโยคขอร้องหรือคำสั่ง' มาต่อท้าย 〜と ค่ะ กฎคือ 〜と ต้องตามด้วย "ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ" เท่านั้น ถ้าข้างหลังเป็น "กรุณา... / อยาก..." ต้องใช้รูป 〜たら (tara) ค่ะ!

Q12: พาร์ทฟังที่มี "รูปภาพ" ให้ดู ต้องจับคีย์เวิร์ดอะไร?

ให้จับคีย์เวิร์ดบอก 'ตำแหน่งและสี' ค่ะ (เช่น 上-Ue/บน, 下-Shita/ล่าง, 右-Migi/ขวา, 左-Hidari/ซ้าย) เพราะในรูปภาพมักจะมีสิ่งของวางสลับที่กันอยู่ ถ้าฟังทิศทางออก จะตัดช้อยส์ได้ 2 ข้อทันทีค่ะ!

Q13: วันที่ 20 (Hatsuka) กับ วันที่ 8 (Youka) สับสนทำยังไงดี?

ต้องท่องจำสถานเดียวค่ะ! เพราะเสียงมันคล้ายกันมากในเทปฟัง Youka (8) จะลากเสียงยาว ส่วน Yokka (4) จะเป็นเสียงซึเล็กกระแทกสั้นๆ พาร์ทฟังออกวันที่พวกนี้ 100% ค่ะ เตรียมตัวไปได้เลย

Q14: 〜てから (Te kara) กับ から (Kara) ธรรมดา ต่างกันไหม?

ต่างกันสิ้นเชิงค่ะ! V-てから แปลว่า "หลังจากทำสิ่งนี้เสร็จ ก็ทำสิ่งนั้นต่อ" (ลำดับเวลา) แต่ N/V + から ธรรมดา แปลว่า "เพราะว่า..." (บอกเหตุผล) ระวังข้อสอบเอาช้อยส์มาสลับความหมายกันนะคะ!

Q15: "ใคร" (Dare) เป็นประธาน ใช้คำช่วยอะไร?

ถ้าตั้งคำถามด้วย "ใคร" (Who) ต้องใช้คำช่วย が (Ga) เสมอค่ะ! (誰が来ますか?) ห้ามใช้ 誰は เด็ดขาด เพราะข้อมูลที่เราไม่รู้ (Unknown) จะถูกยกเป็นหัวข้อ (Wa) ไม่ได้ค่ะ

Q16: การละประธาน ใน Reading N5 เจอปล่อยไหม?

เจอบ่อยมากค่ะ! ถ้าในเนื้อเรื่องมีแต่กริยาที่บอกความรู้สึก (เช่น อยากไป, ดีใจ) ให้สันนิษฐานว่าประธานคือ 'ตัวผู้เขียนเอง (Watashi)' แต่ถ้าเป็นประโยคขอร้อง (てください) ประธานที่ถูกละคือ 'ตัวผู้อ่าน (Anata)' ค่ะ

Q17: คำช่วย で มีความหมายว่า "ที่" กับ "ด้วยเครื่องมือ" จะแยกยังไง?

ดูคำนามข้างหน้า で ค่ะ! ถ้าเป็น "สถานที่" (โรงเรียน, ร้านอาหาร) แปลว่า "ที่" (ลานกิจกรรม) แต่ถ้าเป็น "สิ่งของ/ยานพาหนะ" (ตะเกียบ, รถไฟ) แปลว่า "ด้วย/โดยใช้..." ค่ะ บริบทจะเป็นตัวบอกความหมายเองค่ะ

Q18: 〜ないで (Nai de) กับ 〜なくて (Nakute) ออกสอบไหม?

ออกค่ะ! 〜ないで ใช้กับประโยคขอร้อง (〜ないでください กรุณาอย่า...) หรือบอกการกระทำที่ทำโดยปราศจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (เช่น ไม่กินข้าวเช้าแล้วมาโรงเรียน) แต่ 〜なくて มักใช้บอก 'สาเหตุ/เหตุผล' (เพราะไม่ได้... จึง...) ค่ะ

Q19: คำว่า あります กับ います ออกสอบ Reading ยังไง?

ออกสอบในเรื่อง 'ความเป็นเจ้าของ' ค่ะ เช่น "私には 兄弟が います" (ฉันมีพี่น้อง) แม้พี่น้องจะเป็นสิ่งของที่เราเป็นเจ้าของไม่ได้ แต่เป็น 'สิ่งมีชีวิต' ข้อสอบจะวัดว่าเราเผลอใช้ あります หรือเปล่าค่ะ

Q20: เทคนิคการทำข้อสอบก่อนหมดเวลา 5 นาที?

"อย่าปล่อยกระดาษคำตอบว่างเด็ดขาด!" ค่ะ JLPT ไม่มีการติดลบข้อที่ผิด ถ้าเหลือเวลา 5 นาทีแล้วทำไม่ทัน ให้ฝนเดาช้อยส์ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด (มักจะเป็นข้อ 2 หรือ 3 ในทางสถิติ) ทุกข้อให้เต็มค่ะ ไม่แน่โชคอาจจะเข้าข้างพี่ชายก็ได้นะคะ!

🎯 N5 Final Exam Simulator

ทดสอบเซ้นส์ไวยากรณ์: "きのう、デパートへ ____ ____ ____ 。"
(เมื่อวาน ไปซื้อรองเท้าที่ห้างมา)

1. 買いました 2. 行って 3. 靴を

08. ติวเข้ม JLPT N5 ต่อเนื่อง (Recommended Articles)

Klook.com