การผันกริยาภาษาญี่ปุ่น
สรุปกลุ่มกริยา และวิธีผันแบบง่าย!
"ทลายกำแพงสุดหินของ N5-N4 เปลี่ยนการท่องจำให้เป็นตรรกะแบบขั้นบันได"
00. หัวใจของภาษาญี่ปุ่น: ทำไมเราต้อง "ผันกริยา"?
สวัสดีค่ะ! พี่ชายรู้ไหมคะว่า บอสใหญ่ตัวจริงของการเรียนภาษาญี่ปุ่นไม่ใช่ตัวคันจิ แต่คือ "การผันคำกริยา (Verb Conjugation / 動詞の活用)" ค่ะ! ในภาษาไทย คำว่า "กิน" ไม่ว่าจะเป็นอดีต ปัจจุบัน อนาคต หรือกินกับเจ้านาย เราก็ใช้คำว่า "กิน" เหมือนเดิมใช่ไหมคะ? เราแค่เติมคำว่า "แล้ว" หรือ "กำลัง" เข้าไป
แต่ในภาษาญี่ปุ่น 'หางของคำกริยา' จะเปลี่ยนร่างไปเรื่อยๆ เพื่อบอกข้อมูล 3 อย่างพร้อมกันค่ะ คือ 1. กาลเวลา (Tense), 2. ระดับความสุภาพ (Politeness), และ 3. หน้าที่ทางไวยากรณ์ (Function) เช่น 食べる (กิน) ➔ 食べます (กินค่ะ - สุภาพ) ➔ 食べない (ไม่กิน - ปฏิเสธ) ➔ 食べて (กินสิ / กินแล้วก็...) ค่ะ!
💡 กฎเหล็ก: ต้องรู้ "กลุ่ม" ก่อนผันเสมอ!
ก่อนที่เราจะไปเปลี่ยนร่างคำกริยาได้ เราต้องจับคำกริยาเหล่านั้นมา 'แยกกลุ่ม' ก่อนค่ะ เพราะกริยาแต่ละกลุ่มมี 'สูตรการผัน (Formula)' ที่ไม่เหมือนกันเลย! ภาษาญี่ปุ่นแบ่งกริยาออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ (กลุ่ม 1, กลุ่ม 2, กลุ่ม 3) วันนี้ยุ้ยและพี่ยูโตะจะมาสอนวิธีสแกนกลุ่มกริยาด้วยตาเปล่าแบบง่ายๆ กันค่ะ!
01. วิธีสแกน "กลุ่มกริยา" ทั้ง 3 กลุ่ม (Verb Groups 1, 2, 3)
การแยกกลุ่มคำกริยา เราจะดูจาก "รูปพจนานุกรม (Dictionary Form / 辞書形)" เป็นหลักค่ะ (คือคำกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียง U ทั้งหมด) มาดูกฎการแยกกันเลยค่ะ:
3 กริยากลุ่ม 3 (Irregular Verbs / 不規則動詞)
กฎการจำ: "จำแค่ 2 ตัวนี้เท่านั้น! ไม่มีกฎตายตัว ต้องท่องจำล้วนๆ"
する
suru (ทำ)
*รวมถึงคำนามที่เติม suru ด้วย เช่น 勉強する (เรียน), 買い物する (ซื้อของ)
来る
kuru (くる - มา)
*มีแค่ตัวเดียวโดดๆ ในภาษาญี่ปุ่นค่ะ
2 กริยากลุ่ม 2 (Ru-Verbs / 一段動詞)
กฎการจำ: "ลงท้ายด้วย る (ru) เสมอ! และเสียงก่อนหน้า る ต้องเป็นสระ อิ (i) หรือ เอะ (e) เท่านั้น!"
เสียง i (อิ) + る
- 見る (mi-ru) - ดู
- 起き・る (oki-ru) - ตื่นนอน
- 降り・る (ori-ru) - ลง(รถ)
เสียง e (เอะ) + る
- 食べ・る (tabe-ru) - กิน
- 寝る (ne-ru) - นอน
- 教え・る (oshie-ru) - สอน
1 กริยากลุ่ม 1 (U-Verbs / 五段動詞)
กฎการจำ: "คำที่เหลือทั้งหมดที่ไม่เข้าพวก! คือคำที่ลงท้ายด้วยเสียง U (อุ) ทุกตัว (う, く, す, つ, ぬ, む, ぐ, ぶ)"
⚠️ คำเตือน: ข้อยกเว้นปราบเซียน! (Exceptions)
มีคำกริยาบางตัวที่ 'หน้าตาเหมือนกลุ่ม 2 (ลงท้ายด้วย i-ru / e-ru)' แต่จริงๆ แล้วพวกมัน เป็นตัวปลอม! มันคือกลุ่ม 1 ค่ะ! ข้อสอบ JLPT ชอบออกตัวพวกนี้มาหลอกให้เราผันผิดค่ะ ท่องจำ 5 ตัวนี้ไว้ให้ดีนะคะ:
- 帰る (kaeru)
กลับบ้าน - 切る (kiru)
ตัด - 知る (shiru)
รู้ - 走る (hashiru)
วิ่ง - 入る (hairu)
เข้า
02. การผันรูปสุภาพ (ます形 - Masu Form)
เมื่อเราแยกกลุ่มได้แล้ว การผันจะกลายเป็นเรื่องง่ายทันทีค่ะ! รูป ます (Masu) คือฟอร์มพื้นฐานที่สุดที่เราต้องใช้พูดกับคนทั่วไปเพื่อความสุภาพค่ะ (เทียบเท่ากับ ครับ/ค่ะ)
| กลุ่มกริยา | สูตรการผัน (Formula) | รูปพจนานุกรม (辞書形) | ➔ | รูปสุภาพ (ます形) |
|---|---|---|---|---|
| กลุ่ม 1 U-Verbs |
เปลี่ยนเสียงสระ U ท้ายคำ ให้กลายเป็นเสียง I แล้วเติม ます |
書く
(ka-ku) 飲む (no-mu) |
➔ ➔ |
書きます
(ka-kimasu) 飲みます (no-mimasu) |
| กลุ่ม 2 Ru-Verbs |
ง่ายที่สุด! ตัด る (ru) ทิ้งไปเลย แล้วเสียบ ます เข้าไปแทนที่ |
食べる
(tabe-ru) 見る (mi-ru) |
➔ ➔ |
食べます
(tabe-masu) 見ます (mi-masu) |
| กลุ่ม 3 Irregular |
ไม่มีกฎ ท่องจำหน้าตาใหม่ไปเลยค่ะ! | する (suru) 来る (kuru) |
➔ ➔ |
します (shimasu) 来ます (ki-masu) |
03. การผันรูปปฏิเสธ (ない形 - Nai Form)
รูป ない (Nai) ใช้สำหรับ 'ปฏิเสธแบบเป็นกันเอง (ไม่ทำ...)' หรือใช้เชื่อมไวยากรณ์อื่นๆ ในระดับ N4 (เช่น 〜ないでください กรุณาอย่า...) ค่ะ
| กลุ่มกริยา | สูตรการผัน (Formula) | รูปพจนานุกรม (辞書形) | ➔ | รูปปฏิเสธ (ない形) |
|---|---|---|---|---|
| กลุ่ม 1 U-Verbs |
เปลี่ยนเสียงสระ U ท้ายคำ ให้เป็นสระ
A แล้วเติม ない ⚠️ ข้อยกเว้น: ถ้าลงท้ายด้วย う (u) เดี่ยวๆ ห้ามเปลี่ยนเป็น あ แต่ต้องเปลี่ยนเป็น わ (wa) เสมอ! |
書く
(ka-ku) 会う (a-u) |
➔ ➔ |
書かない
(ka-kanai) 会わない (a-wanai) |
| กลุ่ม 2 Ru-Verbs |
ง่ายที่สุดอีกแล้ว! ตัด る (ru) ทิ้ง แล้วเสียบ ない เข้าไปแทนที่ |
食べる
(tabe-ru) 見る (mi-ru) |
➔ ➔ |
食べない
(tabe-nai) 見ない (mi-nai) |
| กลุ่ม 3 Irregular |
ไม่มีกฎ
ท่องจำหน้าตาใหม่ไปเลยค่ะ! ⚠️ ระวังเสียงอ่านของ 来る เปลี่ยนไปเลยนะคะ! |
する (suru) 来る (kuru) |
➔ ➔ |
しない (shinai) こない (ko-nai) |
04. บอสใหญ่แห่ง N5: การผันรูป "เทะ" (て形 - Te Form)
มาถึงจุดตัดคะแนนของคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วค่ะ! รูป て (Te-form) คือฟอร์มที่สำคัญที่สุด เพราะมันใช้เป็น "ข้อต่อ" ไปเชื่อมกับไวยากรณ์อื่นๆ ได้เป็นร้อยแบบเลยค่ะ (เช่น 〜てください กรุณาทำ, 〜ています กำลังทำ, 〜てもいいですか ขออนุญาตทำ)
ข่าวดีคือ กริยากลุ่ม 2 และกลุ่ม 3 ผันง่ายเหมือนเดิมเป๊ะ! แค่ตัด ます ทิ้งแล้วเติม て ได้เลย แต่ กริยากลุ่ม 1 คือฝันร้ายค่ะ เพราะมันมีกฎยิบย่อยแบ่งตาม "เสียงลงท้าย" อีกที ยุ้ยสรุป 'เพลงจำ' หรือกฎการผันแบบรวบรัดมาให้พี่ชายแล้ว ท่องตารางนี้ให้ขึ้นใจนะคะ!
✨ กลุ่ม 2 (ตัด る เติม て)
- 食べる ➔ 食べて (tabe-te)
- 見る ➔ 見て (mi-te)
- 起きる ➔ 起きて (oki-te)
👑 กลุ่ม 3 (จำหน้าตาใหม่)
- する (ทำ) ➔ して (shite)
- 来る (มา) ➔ きて (ki-te)
- *散歩する ➔ 散歩して (Sanpo-shite)
🔥 กลุ่ม 1 (สูตรลับการผัน て形)
う・つ・る
➔ って (tte)
- 会う ➔ 会って
- 待つ ➔ 待って
- 分かる ➔ 分かって
ぬ・ぶ・む
➔ んで (nde)
- 死ぬ ➔ 死んで
- 遊ぶ ➔ 遊んで
- 飲む ➔ 飲んで
く・ぐ
➔ いて / いで
- 書く ➔ 書いて
- 泳ぐ ➔ 泳いで
- ⚠️ 行く (iku) ➔ 行って (itte)
す
➔ して (shite)
- 話す ➔ 話して
- 消す ➔ 消して
- 出す ➔ 出して
05. ฝาแฝดรูปเทะ: การผันรูปอดีต (た形 - Ta Form)
พี่ชายคะ! ถ้ารอดจากรูป て (Te) มาได้ รูป た (Ta-form) ก็คือหมูๆ เลยค่ะ! เพราะกฎการผันของรูป た "เหมือนกับรูป て 100% เป๊ะๆ!" ค่ะ
รูป た (Ta) ใช้สำหรับการบอกเรื่องราวใน 'อดีต (Past Tense แบบเป็นกันเอง)' แปลว่า
"ทำ...แล้ว" หรือใช้เชื่อมไวยากรณ์ (เช่น 〜たことがあります เคยทำ...) วิธีผันง่ายมากค่ะ:
เปลี่ยน
て เป็น た และเปลี่ยน で เป็น だ
กลุ่ม 1 (U-Verbs)
買って (katte) ➔ 買った
飲んで (nonde) ➔ 飲んだ
書いて (ka-ite) ➔ 書いた
泳いで (oyo-ide) ➔ 泳いだ
กลุ่ม 2 (Ru-Verbs)
食べて (tabe-te) ➔ 食べた
見て (mi-te) ➔ 見た
起きて (oki-te) ➔ 起きた
กลุ่ม 3 (Irregular)
して (shi-te) ➔ した
きて (ki-te) ➔ きた
06. 20 คำถามไขข้อข้องใจ การผันกริยา (Conjugation FAQ)
Q1: ทำไมต้องผันกริยาตั้งหลายแบบ จำแค่ ます (Masu) ไม่ได้เหรอ?
จำแค่ Masu ไปคุยกับคนญี่ปุ่นเขาก็เข้าใจค่ะ! แต่... เราจะพูดประโยคซับซ้อนไม่ได้เลย (เช่น กรุณาทำ, ห้ามทำ, กำลังทำ, เคยทำ) ไวยากรณ์ใน N5-N4 กว่า 80% ต้องใช้รูป て, た, หรือ ない มาต่อท้ายค่ะ ถ้าไม่ผันกริยา ภาษาญี่ปุ่นของเราจะหยุดอยู่แค่เลเวล 1 ตลอดไปค่ะ
Q2: มีวิธีสังเกตง่ายๆ ไหมว่ากริยาตัวไหนอยู่กลุ่ม 2 (Ru-verbs)?
ให้ดูเสียงที่อยู่หน้า る (ru) ค่ะ! ถ้าเป็นเสียงสระ อิ (i) หรือ เอะ (e) (เช่น mi-ru, tabe-ru) มักจะเป็นกลุ่ม 2 ค่ะ ถ้าเป็นสระ a, u, o จะเป็นกลุ่ม 1 แน่นอน 100% ค่ะ!
Q3: ทำไม 帰る (Kaeru - กลับ) ถึงเป็นกลุ่ม 1 ทั้งที่หน้า ru เป็นเสียง e?
มันคือ 'ข้อยกเว้นปราบเซียน' ค่ะ! ในภาษาญี่ปุ่นมีคำศัพท์ประมาณ 10-20 ตัวที่หน้าตาเหมือนกลุ่ม 2 แต่เกิดมาเป็นกลุ่ม 1 (เรียกว่า Exception Verbs) คำฮิตที่ออกสอบบ่อยคือ 帰る (กลับ), 走る (วิ่ง), 切る (ตัด), 知る (รู้) และ 入る (เข้า) ค่ะ ต้องท่องจำล้วนๆ!
Q4: 行く (Iku - ไป) ทำไมผันเป็น 行って (Itte) ไม่ใช่ Iite?
ปกติคำที่ลงท้ายด้วย く (ku) จะผันเป็น いて (ite) (เช่น Kaku -> Kaite) แต่ 行く เป็นข้อยกเว้น 'เพียงคำเดียวในกลุ่ม 1' ที่ต้องผันเป็น 行って (Itte - ซึเล็ก) ค่ะ เหตุผลคือคนญี่ปุ่นโบราณรู้สึกว่าออกเสียง Iite มันยากและสะดุด เลยเปลี่ยนให้ออกเสียงกระแทกแทนค่ะ
Q5: แยกยังไงระหว่าง 辞書形 (Jisho-kei) กับ ます形 (Masu-kei)?
Jisho-kei (รูปพจนานุกรม) คือร่างดั้งเดิม เป็นกันเอง และใช้เวลาเราจะค้นหาคำในดิกชันนารี (เช่น 食べる, 行く) ส่วน Masu-kei (รูปสุภาพ) คือร่างที่เอาไว้คุยกับผู้ใหญ่/คนแปลกหน้า (เช่น 食べます, 行きます) ค่ะ
Q6: ない形 (Nai-form) ของ ある (Aru - มีสิ่งของ) คืออะไร?
ระวังโดนหลอกค่ะ! ปกติ Aru อยู่กลุ่ม 1 น่าจะเปลี่ยนเป็น Aranai ใช่ไหมคะ? แต่ไม่ใช่ค่ะ! รูปปฏิเสธของ ある คือคำว่า ない (Nai) โดดๆ ไปเลยค่ะ! ข้อสอบไวยากรณ์ชอบเอา Aranai มาหลอกในช้อยส์ค่ะ!
Q7: ทำไม 来る (Kuru - มา) ถึงผันแล้วเสียงเปลี่ยนไปมา (Kuru, Kimasu, Konai)?
来る เป็นกริยากลุ่ม 3 ที่ดื้อที่สุดในภาษาญี่ปุ่นค่ะ! ตัวคันจิ 来 ตัวเดิม แต่เวลาผัน สระจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ: Kuru (ดิก), Kimasu (สุภาพ), Konai (ปฏิเสธ), Kite (เทะ) ต้องจำแยกเสียงให้เป๊ะเวลาทำข้อสอบฟังค่ะ!
Q8: ผันรูป ない (Nai) กลุ่ม 1 ยังไงถ้าลงท้ายด้วย う (U)?
นี่ก็เป็นข้อยกเว้นค่ะ! ปกติเราจะเปลี่ยนเสียง U เป็น A (เช่น Kaku -> Kakanai) แต่ถ้าคำนั้นลงท้ายด้วย う โดดๆ (เช่น 会う A-u, 買う Ka-u) เรา 'ห้ามเปลี่ยนเป็น A (A-anai)' ค่ะ แต่ต้องเปลี่ยนเป็น 'ワ (Wa)' เสมอ! ➔ 会わない (A-wanai), 買わない (Ka-wanai) ค่ะ!
Q9: รูป て (Te) สื่อความหมายอะไรได้บ้างถ้าพูดเดี่ยวๆ?
ถ้าพูดรูป て เดี่ยวๆ ลอยๆ มักจะมีความหมายเชิง 'คำสั่งหรือขอร้องแบบกันเอง' ค่ะ (เช่น 食べて Tabete = กินสิ, 見て Mite = ดูนี่สิ) เทียบเท่ากับการตัดคำว่า kudasai (กรุณา) ออกไปนั่นเองค่ะ ใช้พูดกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวได้ค่ะ
Q10: "กำลังทำ" (Present Continuous) สร้างประโยคยังไง?
ใช้สูตร รูปて + います (Te-imasu) ค่ะ! เช่น 食べる -> 食べて (Tabete) + います = 食べています (กำลังกิน) ไวยากรณ์นี้ใช้บอกการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะที่พูด หรือบอกสภาพที่เป็นอยู่ (เช่น แต่งงานแล้ว = 結婚しています) ค่ะ
Q11: รูป た (Ta-form) กับ ました (Mashita) ต่างกันยังไง?
แปลว่าอดีต (ทำ...แล้ว) ทั้งคู่ค่ะ! ต่างกันที่ความสุภาพ 〜ました ใช้คุยกับผู้ใหญ่ (เช่น 食べました) ส่วน 〜た (เช่น 食べた) ใช้คุยกับเพื่อนสนิท หรือใช้ในบทความและข่าวค่ะ
Q12: กริยาที่ลงท้ายด้วย ぐ (Gu) เช่น 泳ぐ (Oyogu) ผัน て形 ยังไง?
ถ้าลงท้ายด้วย く (Ku) เปลี่ยนเป็น いて (Ite) ดังนั้นถ้าลงท้ายด้วย ぐ (Gu - มีเต็นเต็น) ก็ต้องเปลี่ยนเป็น いで (Ide - มีเต็นเต็น) ค่ะ! ➔ 泳ぐ (Oyogu) = 泳いで (Oyo-ide)
Q13: ทำไม します (Shimasu) กลายเป็น して (Shite) มันมาจากไหน?
します (ทำ) มาจากรูปพจนานุกรม する (Suru) ซึ่งเป็นกริยากลุ่ม 3 ค่ะ มันไม่มีตรรกะการผันเหมือนกลุ่ม 1-2 ต้องจำหน้าตามันใหม่เลยว่า Suru (ดิก) -> Shimasu (สุภาพ) -> Shite (เทะ) -> Shinai (ปฏิเสธ) ค่ะ
Q14: 話す (Hanasu - พูด) ผัน て形 เป็นอะไร?
Hanasu อยู่กลุ่ม 1 ลงท้ายด้วย す (Su) กฎคือ Su -> Shite ค่ะ ดังนั้นจึงผันเป็น 話して (Hana-shite) ค่ะ (อย่าสับสนกับ Shite ของกลุ่ม 3 นะคะ อันนี้มีรากศัพท์ Hana นำหน้าค่ะ)
Q15: "เคยทำ..." (Experience) ผันกริยายังไง?
ใช้สูตร รูปた + ことがあります (Ta-koto ga arimasu) ค่ะ! เพราะเราต้องทำสิ่งนั้นจบไปแล้วในอดีต (รูป Ta) เช่น 日本へ 行った ことがあります (เคยไปญี่ปุ่นค่ะ)
Q16: กรุณาทำ (〜てください) ต้องเอากริยากลุ่มไหนมาใส่?
ต้องใช้ รูปて (Te-form) เท่านั้นค่ะ! เอามาเสียบหน้า kudasai ได้เลย เช่น 待って (Matte) + ください = 待ってください (กรุณารอหน่อยค่ะ)
Q17: จะจำตารางผัน て形 ยังไงให้รวดเร็วที่สุด?
ใช้วิธีร้องเป็น "เพลง て形" ค่ะ! (ทำนองเพลงลอยกระทง หรือ สุนทราภรณ์) "อิจิ ริ เป็น อิตเตะ / มิ บิ นิ เป็น อึนเดะ / คิ เป็น อิเตะ / กิ เป็น อิเดะ / ชิ เป็น ชิเตะ / อิคึ เป็น อิตเตะ" ร้องวนไป 3 วันจำได้ฝังใจเลยค่ะ!
Q18: กริยารูป 〜ましょう (Mashou) คืออะไร?
คือการตัด Masu ทิ้งแล้วเติม Mashou แปลว่า "ทำ...กันเถอะ" (Let's...) ค่ะ เป็นการชักชวน เช่น 帰りましょう (Kaerimashou - กลับบ้านกันเถอะ)
Q19: ทำไม 持つ (Motsu - ถือ) ผันเป็น 持って (Motte)?
เพราะ Motsu อยู่กลุ่ม 1 ลงท้ายด้วย つ (Tsu) กฎของ う・つ・る คือให้เปลี่ยนเป็น って (ซึเล็ก + te) ค่ะ จึงกลายเป็น Motte (กระแทกเสียงตรงกลาง) ค่ะ
Q20: มีแอปหรือเว็บไหนช่วยฝึกผันกริยาไหม?
พี่ชายสามารถใช้แอปอย่าง 'Shirabe Jisho' หรือเว็บไซต์ที่สอนการผัน (Verb Conjugator) ได้ค่ะ แต่ทางที่ดีที่สุดคือการหัด "เขียนผันลงกระดาษ" ด้วยตัวเองวันละ 10 คำ สมองจะจดจำกลไกได้ดีกว่าการกดดูเฉยๆ ค่ะ!
🎯 Verb Conjugation Boss Battle
ทดสอบเซ้นส์การแยกกลุ่มและผันกริยา: คำกริยา 「帰る」 (Kaeru - กลับบ้าน) หากนำมาผันเป็นรูป て (Te-form) ข้อใดถูกต้องที่สุด?
08. ต่อยอดไวยากรณ์สู่ระดับ N4 (Level Up!)
N5 Grammar Masterclass
ผันกริยาคล่องแล้ว ลองเอาไปเสียบในโครงสร้างไวยากรณ์ N5 ทั้งหมดที่นี่เลยค่ะ
N5 Vocabulary (600 Words)
ไปตุนคลังคำกริยาทั้ง 3 กลุ่มกว่า 600 คำ เพื่อเอามาฝึกผันลงสมุดกันค่ะ
N4 Grammar Challenge
เตรียมรับมือกับรูปถูกกระทำ (Passive) และรูปให้กระทำ (Causative) ในระดับ N4
Study Hub
ศูนย์รวมบทเรียนและข้อสอบภาษาญี่ปุ่นระดับ Premium ทั้งหมดของ YUI&YUTO เซนเซ