Step 0: The Origin of Japanese

ตัวอักษรญี่ปุ่น ฮิรางานะ & คาตาคานะ
ตารางสรุปจำง่ายใน 1 วัน

"ก้าวแรกของการเรียนภาษาญี่ปุ่น ทลายกำแพงตัวอักษรด้วยตรรกะภาพจำ"

00. ปฐมบทแห่งภาษาญี่ปุ่น: ทำไมต้องมีตัวอักษรถึง 3 แบบ?

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของภาษาญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการค่ะ! ด่านแรกที่ทุกคนต้องเจอและแอบท้อใจคือ "ทำไมตัวอักษรมันเยอะจัง?!" ภาษาไทยเรามี ก-ฮ ชุดเดียวจบ แต่ภาษาญี่ปุ่นมีระบบการเขียนถึง 3 ระบบทำงานร่วมกันในหนึ่งประโยคค่ะ! ไม่ต้องตกใจไปนะคะ เพราะแต่ละตัวเขามีหน้าที่ 'แบ่งแยกหมวดหมู่' เพื่อให้อ่านง่ายขึ้นค่ะ:

1. ฮิรางานะ (ひらがな)

นางเอกของเรื่อง! เส้นสายโค้งมนอ่อนช้อย ใช้เขียนคำศัพท์ญี่ปุ่นแท้ คำช่วย (Particle) และไวยากรณ์ต่างๆ *ต้องจำให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก 100% ค่ะ!

あいうえお

2. คาตาคานะ (カタカナ)

ฝาแฝดคนละฝั่ง! เส้นสายตรง แข็ง คมชัด ใช้เขียน 'คำทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ' (เช่น คอมพิวเตอร์, ชื่อคนไทย) หรือเน้นเสียงเอฟเฟกต์ในมังงะค่ะ

アイウエオ

3. คันจิ (漢字)

ราชาแห่งความหมาย! ตัวอักษรภาพที่ยืมมาจากจีน ใช้เพื่อบอกความหมายหลักของคำ เพื่อให้เราแยกคำพ้องเสียงออก และทำให้ประโยคสั้นลงค่ะ

山 川 海

ตารางฮิรางานะ (Hiragana Chart)

ฮิรางานะมีทั้งหมด 46 ตัวอักษรพื้นฐาน ค่ะ (ปัจจุบันใช้จริง 46 ตัว) ระบบของญี่ปุ่นจะแบ่งเป็น 'แถว (สระ a, i, u, e, o)' และ 'วรรค (พยัญชนะ k, s, t, n...)' ท่องเรียงจากขวาไปซ้าย บนลงล่างนะคะ!

a (อะ)
i (อิ)
u (อุ)
e (เอะ)
o (โอะ)
สระ (Vowels)
a
i
u
e
o
K (ค)
ka
ki
ku
ke
ko
S (ส)
sa
shi
su
se
so
T (ท)
ta
chi
tsu
te
to
N (น)
na
ni
nu
ne
no
H (ฮ)
ha
hi
fu
he
ho
M (ม)
ma
mi
mu
me
mo
Y (ย)
ya
yu
yo
R (ร)
ra
ri
ru
re
ro
W / N
wa
wo (o)
n
* ตัว ん (n) คือตัวสะกด (แม่กน/กม/กง) เป็นตัวเดียวในภาษาญี่ปุ่นที่ออกเสียงเดี่ยวๆ ไม่ได้ ต้องไปต่อท้ายตัวอื่นเสมอค่ะ

* ตัวที่กรอบสีแดง (し shi, ち chi, つ tsu, ふ fu) คือตัวที่ออกเสียงพิเศษ ไม่ตรงกับพยัญชนะต้นของวรรคค่ะ ต้องระวังให้ดีนะคะ!

02. เจาะจุดบอด: ฮิรางานะหน้าตาแฝดที่คนไทยจำสลับ (Tricky Pairs)

ปัญหาใหญ่ที่สุดของการจำตัวอักษรญี่ปุ่นคือ "มันหน้าตาคล้ายกันไปหมด!" นี่คือคู่แฝดที่ข้อสอบชอบเอามาสลับกัน ยุ้ยมี 'เทคนิคการจำด้วยภาพ' มาฝากค่ะ:

a (อะ)

vs

o (โอะ)

あ (a) = ปลาปักเป้าหางชี้
お (o) = มี 'จุด(ขีด)' แปะอยู่ข้างบนมุมขวา

sa (สะ)

vs

ki (คิ)

さ (sa) = มีขีดขวางแค่ 1 เส้น
き (ki) = มีขีดขวาง 2 เส้น ซ้อนกัน (คล้ายกุญแจ)

ne (เนะ)

vs

re (เระ)

ね (ne) = หางม้วนเป็น 'วงกลม' (นึกถึงแมว Neko ม้วนหาง)
れ (re) = หาง 'ตวัดงอน' ออกไปข้างนอก

ha (ฮะ)

vs

ho (โฮะ)

は (ha) = มีขีดขวาง 1 เส้น (เส้นขวาไม่ทะลุขึ้นบน)
ほ (ho) = มีขีดขวาง 2 เส้น (และมีเส้นหลังคากันไว้)

03. สวมเกราะอัปเกรดเสียง: เต็นเต็น (゛) และ มารุ (゜)

พี่ชายรู้ไหมคะว่า เราไม่จำเป็นต้องจำตัวอักษรใหม่เพิ่มเลย! เพียงแค่เราเอาเครื่องหมาย 'เต็นเต็น' (゛) หรือ 'มารุ' (゜) ไปแปะไว้ที่มุมขวาบนของฮิรางานะบางวรรค เสียงพยัญชนะต้นของมันจะถูกอัปเกรดให้ "ก้องขึ้น" (Voiced) ทันทีค่ะ! นี่คือระบบที่ฉลาดมากของภาษาญี่ปุ่น:

วรรค K ➔ G

ka ➔ ga (กะ)

วรรค S ➔ Z

sa ➔ za (ซะ/ซ่า)

*し (shi) ➔ じ (ji)

วรรค T ➔ D

ta ➔ da (ดะ)

*ち (chi) ➔ ぢ (ji)

วรรค H ➔ B

ha ➔ ba (บะ)

pa (ปะ)

ตัวพิเศษ: วงกลมมารุ (゜) = เสียง P (ป)

เครื่องหมายวงกลมเล็กๆ (Maru/Handakuten) ใช้เกาะติดได้เฉพาะ 'วรรค H (ฮะ)' เท่านั้น! เมื่อแปะเข้าไป เสียง H จะระเบิดลมออกมากลายเป็น เสียง P (ปะ) ทันทีค่ะ! (は➔ぱ, ひ➔ぴ, ふ➔ぷ, へ➔ぺ, ほ➔ぽ)

ตารางคาตาคานะ (Katakana Chart)

คาตาคานะ (Katakana) มี 46 ตัวอักษรเท่ากับฮิรางานะเป๊ะๆ และออกเสียงเหมือนกันทุกประการค่ะ! เพียงแต่เปลี่ยน "หน้าตา" ให้ดูเป็นเส้นตรงและเหลี่ยมคมขึ้น เพื่อใช้เขียน 'คำทับศัพท์จากภาษาต่างประเทศ' หรือเน้นคำให้สะดุดตาค่ะ

สระ (Vowels)
a
i
u
e
o
K (ค)
ka
ki
ku
ke
ko
S (ส)
sa
shi
su
se
so
T (ท)
ta
chi
tsu
te
to
N (น)
na
ni
nu
ne
no
H (ฮ)
ha
hi
fu
he
ho
M (ม)
ma
mi
mu
me
mo
Y (ย)
ya
yu
yo
R (ร)
ra
ri
ru
re
ro
W / N
wa
wo (o)
n
* ตัว ン (n) ตัวสะกดคาตาคานะ จะหน้าตาคล้ายกับ ソ (so) มาก ต้องระวังให้ดีค่ะ!

05. ด่านปราบเซียน: วิธีแยกแยะ シ (Shi) vs ツ (Tsu) และ ソ (So) vs ン (N)

นี่คือ "กำแพงที่สูงที่สุด" ของคนที่เริ่มเรียนคาตาคานะค่ะ! 4 ตัวอักษรนี้หน้าตาเหมือนรอยยิ้มที่มีสองตาและหนึ่งปาก แต่ถ้าเขียนผิดทิศทาง ความหมายจะเปลี่ยนทันที ยุ้ยมีทริคการจำ 'จุดเริ่มต้นของรอยยิ้ม' มาฝากค่ะ:

คู่ที่ 1: รอยยิ้มแห่งความสับสน

Shi (ชิ)

รอยยิ้มที่มองไปข้างหน้า
ตาสองขีดเรียงแนว "ตั้ง"
ปากตวัดจากล่างขึ้นบน

vs

Tsu (ซึ)

รอยยิ้มที่มองลงพื้น
ตาสองขีดเรียงแนว "นอน"
ปากตวัดจากบนลงล่าง

💡 ทริคพี่ยูโตะ: シ (Shi) ให้จำคำว่า She (ผู้หญิงเงยหน้ามองตรง) ส่วน ツ (Tsu) ให้จำคำว่า Tsunami (สึนามิตกลงมาจากฟ้า/บนลงล่าง) ค่ะ!

คู่ที่ 2: ตาเดียวก็สับสนได้

N (อึน)

ตาเดียวมองไปข้างหน้า
ตาหนึ่งขีดเรียงแนว "ตั้ง"
ปากตวัดจากล่างขึ้นบน

vs

So (โซะ)

ตาเดียวมองลงพื้น
ตาหนึ่งขีดเรียงแนว "นอน"
ปากตวัดจากบนลงล่าง

💡 ทริคยุ้ย: มันคือเวอร์ชันตาเดียวของคู่แรกเลยค่ะ! ン (N) ตวัดขึ้นเหมือน シ (Shi) และ ソ (So) ตวัดลงเหมือน ツ (Tsu) จำเป็นแพ็คเกจคู่ได้เลยค่ะ!

06. 20 คำถามเจาะลึก ฐานรากตัวอักษรญี่ปุ่น (The Alphabet FAQ)

Q1: ฮิรางานะและคาตาคานะ มีทั้งหมดกี่ตัว?

ในยุคปัจจุบัน ทั้งฮิรางานะและคาตาคานะมี 46 ตัวอักษรพื้นฐาน เท่ากันเป๊ะเลยค่ะ! (เมื่อก่อนมีเยอะกว่านี้ แต่ถูกยกเลิกการใช้ไปแล้ว เช่น ゐ, ゑ) ถ้าจำ 46 ตัวนี้ได้ ก็อ่านออกเสียงภาษาญี่ปุ่นได้ 100% แล้วค่ะ!

Q2: ควรเริ่มจำฮิรางานะหรือคาตาคานะก่อนดี?

ต้อง 'ฮิรางานะ' ก่อนเสมอค่ะ! เพราะฮิรางานะคือ 'กระดูกสันหลัง' ของภาษาญี่ปุ่น ใช้เขียนคำศัพท์แท้ ไวยากรณ์ และคำช่วยทั้งหมด ถ้าไม่รู้ฮิรางานะ จะประกอบประโยคไม่ได้เลยค่ะ ส่วนคาตาคานะค่อยจำตามมาทีหลังได้ค่ะ

Q3: ทำไมตัว は (Ha) และ へ (He) บางทีออกเสียงเป็น Wa และ E?

นี่คือกฎข้อยกเว้นค่ะ! เมื่อ 2 ตัวนี้ไม่ได้เป็นคำศัพท์ แต่ทำหน้าที่เป็น 'คำช่วย (Particle)' (เชื่อมประโยค) は จะต้องออกเสียงว่า Wa (วะ) และ へ จะต้องออกเสียงว่า E (เอะ) เสมอค่ะ (เช่น わたし がっこう いきます)

Q4: を (Wo) ใช้ตอนไหน?

ตัว を ออกเสียงว่า "โอะ" (หรือ โวะ) มีหน้าที่เดียวในภาษาญี่ปุ่นปัจจุบันคือ 'เป็นคำช่วยชี้กรรม (Direct Object Particle)' เท่านั้นค่ะ! จะไม่นำไปใช้สะกดเป็นคำศัพท์ทั่วไปเด็ดขาดค่ะ (เช่น ข้าว = ごはん (o) ห้ามใช้ ごはんを ❌)

Q5: เสียง 'ซึเล็ก' (っ / ッ) ทำหน้าที่อะไร?

มันคือตัว 'กระแทกเสียง/กักเสียง (Sokuon)' ค่ะ! ทำหน้าที่เหมือนตัวสะกดที่เบิ้ลพยัญชนะตัวถัดไป ทำให้เราต้องหยุดหายใจ 1 จังหวะก่อนออกเสียงถัดไป เช่น ざっし (zasshi - นิตยสาร) ถ้าไม่มีซึเล็กจะอ่านว่า zashi ซึ่งผิดความหมายค่ะ

Q6: ทำไมเสียง 'Tsu (つ)' ถึงไม่มีในภาษาไทย?

เพราะภาษาไทยไม่มีพยัญชนะควบ "T+S" ในคำเดียวกันค่ะ! วิธีออกเสียงคือ เอาลิ้นแตะหลังฟันบน (เหมือนจะพูด ต) แล้วพ่นลมแทรกไรฟันออกมาเป็นเสียง ซ (ตซึ!) อย่าออกเสียงว่า "ทสึ" แยกกันนะคะ ต้องมาพร้อมกันค่ะ

Q7: เครื่องหมาย ー (ขีดขวาง) ในคาตาคานะคืออะไร?

มันคือ 'เครื่องหมายลากเสียงยาว (Chouonpu)' ในคาตาคานะค่ะ! เช่น コーヒー (Ko-hi- - กาแฟ), スーパー (Su-pa- - ซูเปอร์มาร์เก็ต) เวลาเห็นขีดนี้ ให้ออกเสียงสระตัวข้างหน้ายาวขึ้น 1 จังหวะค่ะ (ในฮิรางานะจะใช้ตัวสระ a,i,u,e,o มาต่อท้ายแทนขีดนี้ค่ะ)

Q8: ทำไมคอมพิวเตอร์เขียน パソコン (Pasokon) แทนที่จะเป็น Computer?

คนญี่ปุ่นชอบ 'ย่อคำทับศัพท์' ให้เหลือ 3-4 พยางค์ค่ะ! Pasokon มาจากคำว่า Pasonal Computer (Personal Computer) คำพวกนี้เรียกว่า Wasei-Eigo (ภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่น) ซึ่งต่างชาติงง 100% ถ้าไม่ได้เรียนมาค่ะ!

Q9: เสียงพยัญชนะควบ (拗音 - Youon) คืออะไร?

คือการเอาตัว ゃ, ゅ, ょ (ya, yu, yo) ตัวเล็ก ไปแปะหลังพยัญชนะแถว i (อิ) ค่ะ! เช่น き (ki) + ゃ (ya) = きゃ (kya - เคียะ) ทำให้เกิดเสียงใหม่ขึ้นมาเหมือนอักษรควบกล้ำในภาษาไทยเลยค่ะ

Q10: ทำไม ち (chi) กับ つ (tsu) ถึงอยู่แถว T (ท) ทั้งๆ ที่เสียงเป็น ช/ซ?

เพราะคนญี่ปุ่นโบราณออกเสียง T ผสมกับสระ i และ u ออกมาเป็นแบบนั้นโดยธรรมชาติค่ะ! (Ta, Chi, Tsu, Te, To) ดังนั้นห้ามท่องเป็น Ta, Ti, Tu, Te, To เด็ดขาดนะคะ ฝรั่งชอบเขียนผิดบ่อยมากค่ะ

Q11: ん (N) ออกเสียงเป็น ม (M) หรือ ง (Ng) ได้ไหม?

ได้ค่ะ! เสียงของ ん จะเปลี่ยนไปตาม 'พยัญชนะตัวถัดไป' ค่ะ เช่น ถ้าตามด้วย p, b, m จะออกเสียงเป็น (เช่น Sanpo -> Sampo), ถ้าตามด้วย k, g จะออกเป็น (เช่น Kankoku -> Kangkoku) ค่ะ

Q12: ทำไมญี่ปุ่นถึงเอาคาตาคานะมาใช้เขียนชื่อสัตว์หรือพืช?

ในเชิงวิชาการ (ชีววิทยา) ญี่ปุ่นจะใช้คาตาคานะเขียนชื่อสายพันธุ์สัตว์และพืชเสมอค่ะ (เช่น イヌ หมา, ネコ แมว) เพื่อให้แยกแยะได้ง่ายในตำราวิชาการว่านี่คือชื่อสายพันธุ์ ไม่ใช่คำกริยาหรือไวยากรณ์ค่ะ

Q13: จี, ヂ กับ じ ออกเสียงต่างกันไหม?

ปัจจุบัน ออกเสียงเหมือนกัน 100% คือ Ji (จิ) ค่ะ รวมถึง ず (zu) กับ づ (zu) ด้วย โดยทั่วไปเราจะใช้ じ และ ず เป็นหลักค่ะ ส่วน ヂ และ づ จะใช้เฉพาะในคำประสมบางคำเท่านั้น (เช่น Hanaji - เลือดกำเดา)

Q14: เวลาพิมพ์คีย์บอร์ดญี่ปุ่น พิมพ์ยังไง?

พิมพ์ด้วย 'Romaji (โรมาจิ)' ค่ะ! เช่น ถ้าอยากพิมพ์ し ให้พิมพ์ s-h-i หรือ s-i ก็ได้ แล้วระบบจะแปลงเป็นฮิรางานะให้เองอัตโนมัติ ดังนั้นการจำเสียงโรมาจิให้ได้จึงสำคัญต่อการพิมพ์งานในอนาคตค่ะ

Q15: คาตาคานะมีเสียงที่ฮิรางานะไม่มีไหม?

มีค่ะ! คาตาคานะถูกสร้างมาเพื่อทับศัพท์ฝรั่ง จึงมีเสียงพิเศษ เช่น ファ (Fa), ディ (Di), ヴェ (Ve), และ ティ (Ti) ซึ่งไม่มีในฮิรางานะแท้ๆ ค่ะ (ฮิรางานะมีแค่ Fu, Ji, Be, Chi)

Q16: จะเขียนชื่อคนไทยเป็นภาษาญี่ปุ่นได้อย่างไร?

ต้องใช้ คาตาคานะ เท่านั้นค่ะ และต้องเทียบเสียงให้ใกล้เคียงที่สุด เพราะญี่ปุ่นไม่มีเสียงท้าย (ตัวสะกด) หลายตัว เช่น แม่กบ แม่กด แม่เกย จึงมักต้องเติมสระ u หรือ o เข้าไปท้ายชื่อเราค่ะ (เช่น นัท -> ナット Natto)

Q17: เสียงยาว (Long Vowel) ในฮิรางานะ มีกฎอย่างไร?

ถ้าจะลากเสียงแถว e (เอะ) มักจะเติม い (i) ค่ะ เช่น せんせい (Sen-se-i) ไม่อ่านว่า เซน-เซ-อิ แต่อ่านว่า เซน-เซー (ลากเสียงยาว) และแถว o (โอะ) มักจะเติม う (u) ค่ะ เช่น おとうさん (O-to-o-san)

Q18: อักษร い (I) กับ り (Ri) ดูคล้ายกันมาก แยกยังไง?

い (i) เส้นซ้ายจะยาวกว่าเส้นขวา และระยะห่างระหว่างเส้นจะกว้างกว่าค่ะ ส่วน り (ri) เส้นขวาจะยาวกว่าเส้นซ้ายมาก (เหมือนเบ็ดตกปลา) และมักจะเขียนติดกันเป็นเส้นเดียวในฟอนต์ลายมือค่ะ

Q19: ทำไมคนญี่ปุ่นบางคนเขียน ふ (Fu) ไม่เหมือนในคอมพิวเตอร์?

ฮิรางานะมี 2 ฟอนต์หลักค่ะ คือ ฟอนต์พิมพ์ (Mincho/Gothic) และ ฟอนต์ลายมือ (Kyokashotai) ซึ่งตัว ふ, き, さ ลายมือของคนญี่ปุ่นมักจะ 'ไม่เชื่อมเส้นติดกัน' ค่ะ! ต้องจำหน้าตาทั้ง 2 แบบเพื่อให้อ่านลายมือคนญี่ปุ่นออกนะคะ

Q20: เทคนิคจำ 46 ตัวให้ได้ใน 1 วันคืออะไร?

"เขียน 1 รอบ + ร้องเพลง + คัดเชื่อมโยงภาพ" ค่ะ! อย่าคัดแบบเขียนตัวเดิมซ้ำๆ 100 รอบ (สมองจะล้า) ให้เขียนเป็นตาราง a, i, u, e, o วันละ 3-4 ตาราง พร้อมพูดออกเสียงไปด้วย การใช้หลายสัมผัส (ตา+มือ+หู) จะทำให้จำได้ใน 24 ชั่วโมงแน่นอนค่ะ!

🎯 Beginner Alphabet Challenge

ทดสอบสายตา: คำว่า "ชิสึคะ" (Shizuka - ชื่อตัวละครในโดราเอมอน) เขียนเป็นฮิรางานะได้ตามข้อใด?

08. ก้าวต่อไปในการเรียนภาษาญี่ปุ่น (Next Steps)

Klook.com